Special Report : มติประชุม Fed เสียงแตก ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยระยะหนึ่ง จากความเสี่ยงเงินเฟ้อช่วงขาขึ้น


รายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed Minutes) ประจำวันที่ 9-10 ธ.ค. 2568 ที่มีกำหนดเปิดเผยในวันที่ 30 ธ.ค.2568 นั้น บ่งชี้ถึงมติการประชุมของคณะกรรมการ Fed ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจนในหลายประเด็น ซึ่งเป็นสัญญาณของการคงอัตราดอกเบี้ยไปอีกระยะหนึ่ง ตามช่วงเวลาที่ยังมีความกังวลของประเด็นเงินเฟ้อที่อาจกลับขึ้นมา

 

นับว่าเป็นจำนวนการโหวตสวนมติที่มากที่สุด ตั้งแต่เดือนก.ย. 2562 เลยทีเดียว สำหรับการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ในรอบโค้งสุดท้ายของปีนี้ ที่มีมติ 9 ต่อ 3 จากกรรมการจำนวน 9 คน ได้ลงมติปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ธ.ค. 2025 ขณะที่คณะกรรมการอีก 3 คน ได้โหวตคัดค้านมติ แบ่งเป็น 2 เสียงที่ไม่เห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ย แต่ควรคงดอกเบี้ยเอาไว้ที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมครั้งนี้ และอีก 1 เสียงจากกรรมการที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ยแรงกว่านั้น

 

ซึ่งการลงคะแนนปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นเอกฉันท์อย่างชัดเจนในรอบเดือน ธ.ค.นี้ บ่งบอกถึงความกังวลของแนวโน้มเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะประเด็นของเรื่องเงินเฟ้อที่อาจกลับมาในช่วงขาขึ้น เพราะในตอนนี้ตัวเลขเงินเฟ้อยังคงค้างในระดับที่อยู่เหนือเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ Fed อีกทั้งข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ หรือดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนพ.ย. 2568 ที่ลดลงมาอยู่ที่ 2.7% แม้ตัวเลขจะออกมาต่ำกว่าคาด แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตจากบรรดานักเศรษฐศาสตร์ว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจถูกบิดเบือน จากผลกระทบของการปิดหน่วยงานรัฐบาล (Government Shutdown) ที่เกิดขึ้นยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 43 วัน ซึ่งทำให้รายงานดัชนี CPI ประจำเดือน ต.ค. 2568 ได้หายไป ดังนั้นเมื่อไม่มีการเปรียบเทียบแบบเดือนต่อเดือน ตัวเลขเงินเฟ้อที่ลดลงมา 2.7% จากเดือนก.ย. ที่ 3.0% นั้นก็อาจเป็นความผิดพลาดในเชิงสถิติ

 

คณะกรรมการของ Fed บางรายยอมรับว่า การตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยของเดือน ธ.ค.นี้ ตั้งอยู่บนความไม่แน่นอนสูง เพราะความคืบหน้าในการควบคุมเงินเฟ้อของ Fed เริ่มชะงักตลอดช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ รายงานการประชุมยังระบุว่า โดยทั่วไปแล้วกรรมการ Fed มองว่ามีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะอยู่ในช่วงขาขึ้น และความเสี่ยงที่การจ้างงานจะเผชิญกับสภาวะขาลงนั้นได้เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 (อัตราการว่างงานสหรัฐ ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4.6% สูงที่สุดในรอบ 4 ปี แม้ว่าในเดือนนั้นจะมีการเปิดตำแหน่งงานใหม่ถึง 64,000 ตำแหน่งก็ตาม) ความตึงมือในการตัดสินใจของ Fed ที่ต้องพยุงตลาดแรงงานไปพร้อมกับการควบคุมเงินเฟ้อ สะท้อนถึงความระมัดระวังมากขึ้นในการลดดอกเบี้ยต่อในปี 2569 ที่ Fed อาจยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ จนกว่าจะมีข้อมูลทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ เข้ามาคอนเฟิร์มสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนอีกที สอดคล้องกับความคิดเห็นของคณะกรรมการ Fed บางรายที่พร้อมสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมต่อไปอีกระยะหนึ่ง หลังจากที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.ไปแล้ว

 

สำหรับทิศทางดอกเบี้ยในปี 2569 นักลงทุนต่างคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีดังกล่าว ขณะที่ข้อมูลจาก Dot Plot ล่าสุดสะท้อนว่า กรรมการ Fed โดยเฉลี่ยคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งตลอดปี ส่วนในการประชุม FOMC ครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 27-28 ม.ค. 2569 ตามข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า มุมมองตลาดการเงินให้น้ำหนักมากถึง 82.8% ในการคาดการณ์ว่า Fed คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% เว้นแต่ข้อมูลของตลาดแรงงานเดือน ธ.ค. ซึ่งจะประกาศในวันที่ 9 ม.ค.2569 และดัชนีเงินเฟ้อประจำเดือน ธ.ค.ที่จะประกาศในวันที่ 13 ม.ค. 2569 จะออกมาอ่อนแอกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ

 

LastUpdate 31/12/2568 20:41:26 โดย : Admin
กลับหน้าข่าวเด่น
01-01-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 1, 2026, 10:27 pm