
by วิภาดา จิณณวาโส
เวลาค่าครองชีพสูงขึ้น สิ่งที่หลายคนเริ่มทำคือหันกลับมาดูรายจ่ายของตัวเองให้ละเอียดกว่าเดิม อะไรที่ลดได้ก็พยายามลด อะไรที่ไม่จำเป็นก็อาจต้องพักไว้ก่อน แต่ถ้าลองสังเกตชีวิตประจำวัน จะพบว่ามีรายจ่ายบางอย่างที่ผู้บริโภคยังคงจ่ายอยู่ แม้จะรู้ว่าการทำเองอาจประหยัดเงินได้มากกว่า นั่นคือค่าอาหารพร้อมทาน ตั้งแต่ข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อ อาหารปรุงสำเร็จใน ซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงการกดสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน
พฤติกรรมนี้น่าสนใจตรงที่อาหารเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน และมีทางเลือกให้ประหยัดได้หลายแบบ หากต้องการลดค่าใช้จ่าย ผู้บริโภคอาจซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหารเอง เลือกร้านที่ราคาถูกลง หรือเตรียมอาหารไว้ล่วงหน้า แต่ในความเป็นจริง คนจำนวนไม่น้อยยังเลือกจ่ายเงินเพื่อแลกกับการได้อาหารมาหนึ่งมื้อโดยไม่ต้องลงมือทำเอง คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าทำไมคนไทยถึงชอบอาหารพร้อมทาน แต่คือเหตุใดความสะดวกจึงยังมีมูลค่ามากพอที่ผู้บริโภคจะยอมจ่าย แม้ต้องระวังเงินในกระเป๋ามากขึ้นก็ตาม
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม - กันยายน 2569 ครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรวม 21,217 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นจาก 20,891 บาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายจ่ายสำหรับอาหารสำเร็จรูปเพิ่มจาก 3,435 บาท เป็น 3,528 บาทต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 93 บาท
ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าคนไทยซื้ออาหารพร้อมทานมากขึ้นเสมอไป เพราะรายจ่ายที่สูงขึ้นอาจเกิดจากราคาสินค้าที่แพงขึ้นด้วย แต่ก็ทำให้เห็นว่าอาหารสำเร็จรูปยังเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่ครัวเรือนต้องจัดสรรเงินไว้ และชวนให้มองลึกลงไปว่า เมื่อผู้บริโภคต้องประหยัดมากขึ้น เหตุใดการซื้ออาหารที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นจึงยังไม่หายไปจากพฤติกรรมการใช้จ่าย
เหตุผลหนึ่งอาจเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวอย่างเวลาและความเหนื่อยล้า เพราะการทำอาหารหนึ่งมื้อไม่ได้มีแค่เวลาที่ใช้ปรุงอาหาร แต่ยังรวมถึงการคิดว่าจะกินอะไร ซื้อวัตถุดิบ เตรียมของ ล้างจาน และจัดการอาหารที่เหลือด้วย สำหรับคนที่ทำงานเต็มวัน ต้องเดินทางหลายชั่วโมง หรือกลับถึงบ้านในเวลาที่แทบไม่เหลือแรงทำอะไร การซื้ออาหารพร้อมทานจึงช่วยตัดขั้นตอนเหล่านี้ออกไปได้มาก
ยิ่งในเมืองที่ผู้คนมีเวลาจำกัดและพื้นที่อยู่อาศัยบางแห่งไม่เอื้อต่อการทำอาหาร การซื้ออาหารสำเร็จรูปอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะกับชีวิตมากกว่าการซื้อวัตถุดิบมาปรุงเอง โดยเฉพาะคนที่อยู่คนเดียว เพราะการซื้อวัตถุดิบหลายอย่างอาจทำให้ใช้ไม่หมดก่อนหมดอายุ ขณะที่การทำอาหารเองก็มีต้นทุนเรื่องอุปกรณ์ พลังงาน และเวลาที่ต้องลงมือทำ แม้ในแง่ราคาต่อมื้อ การปรุงอาหารเองอาจประหยัดกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทางเลือกที่สะดวกหรือคุ้มค่าที่สุดสำหรับทุกคน
เมื่อมองจากมุมนี้ อาหารพร้อมทานจึงไม่ได้ขายเพียงรสชาติหรือความอิ่ม แต่ขายเวลาที่ผู้บริโภคได้คืนมา รวมถึงความง่ายในการจัดการชีวิตประจำวันด้วย เงินที่จ่ายเพิ่มจากการทำอาหารเองอาจเป็นสิ่งที่บางคนยอมรับได้ หากช่วยให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น หรือทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปกับงานที่ไม่พร้อมจะทำในวันนั้น
ความสะดวกดังกล่าวยิ่งเข้าถึงง่ายขึ้นเมื่อร้านสะดวกซื้อมีอาหารให้เลือกตั้งแต่เช้าจนดึก และแอปพลิเคชันเดลิเวอรีทำให้การสั่งอาหารเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ผู้บริโภคสามารถเลือกเมนู เปรียบเทียบราคา และรอรับอาหารได้ผ่านโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว การซื้ออาหารจึงไม่จำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าเสมอไป แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทันทีเมื่อหิว ไม่มีเวลา หรือไม่อยากออกไปข้างนอก
ผลสำรวจ Voice of the Consumer Survey 2025 ของ PwC ในประเทศไทย ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถาม 521 คน พบว่า 78% ซื้ออาหารปรุงสำเร็จอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และ 70% สั่งอาหารกลับบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง แม้ข้อมูลนี้จะไม่ได้หมายความว่าทุกคนซื้ออาหารพร้อมทานจากร้านสะดวกซื้อโดยตรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าอาหารที่ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมมื้ออาหารเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้บริโภคจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงที่ง่ายขึ้นก็มีอีกด้านหนึ่ง เพราะเมื่อการซื้ออาหารใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ผู้บริโภคอาจตัดสินใจซื้อบ่อยขึ้นโดยไม่ทันคิดถึงยอดใช้จ่ายรวม โดยเฉพาะการสั่งอาหารผ่านแอปที่มีทั้งส่วนลด ค่าส่งฟรี และโปรโมชันเมื่อซื้อครบตามกำหนด สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ซื้ออาหารได้สะดวกและอาจประหยัดเงินจริง แต่ในบางกรณีก็ทำให้คนเพิ่มรายการอาหารเพื่อให้ได้ส่วนลด ทั้งที่ไม่ได้ต้องการซื้อทั้งหมดตั้งแต่แรก
เมื่อความสะดวกต้องคุ้มกับเงินที่จ่าย
ถึงอย่างนั้น การอธิบายว่าคนซื้ออาหารพร้อมทานเพราะสะดวกอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะเมื่อเงินในกระเป๋ามีจำกัด ผู้บริโภคก็ยังต้องคิดว่าอาหารที่เลือกนั้นคุ้มค่าหรือไม่ ความสะดวกจึงไม่ได้ทำให้ราคาไม่มีความสำคัญ ตรงกันข้าม ยิ่งค่าครองชีพกดดันมากเท่าไร ผู้บริโภคก็ยิ่งต้องชั่งน้ำหนักระหว่างราคา ปริมาณ รสชาติ และคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น
ผลสำรวจของ PwC ชุดเดียวกันพบว่า ผู้บริโภคไทย 51% ให้ราคาเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้ออาหาร รองลงมาคือรสชาติ 47% และคุณค่าทางโภชนาการ 43% ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการตัดสินใจเลือกอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับความถูกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้บริโภคได้รับกลับมาด้วย
เมื่อกำลังซื้ออ่อนแอลง พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจึงอาจไม่ใช่การเลิกซื้ออาหารพร้อมทานทั้งหมด แต่อาจเป็นการเปลี่ยนไปซื้อเมนูราคาถูกลง ลดการสั่งเดลิเวอรี หันไปซื้ออาหารจากร้านใกล้บ้าน หรือเลือกซื้ออาหารพร้อมทานเฉพาะมื้อที่จำเป็นต้องประหยัดเวลา ขณะที่มื้ออื่นอาจกลับไปทำอาหารเอง พูดอีกอย่างคือ ผู้บริโภคไม่ได้จำเป็นต้องเลือกระหว่างความสะดวกกับการประหยัดแบบสุดขั้ว แต่สามารถปรับสัดส่วนการใช้จ่ายให้เหมาะกับสถานการณ์ของตัวเองได้
ในส่วนของเดลิเวอรี ผลสำรวจ Rakuten Insight ที่เผยแพร่ในเดือนมกราคม 2568 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามในไทย 70% ใช้แอปสั่งอาหารอย่างน้อยหลายครั้งต่อเดือน และประมาณ 4 ใน 10 มีค่าใช้จ่ายต่อคำสั่งซื้อรวมค่าจัดส่งอยู่ที่ 100 - 200 บาท ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นว่า แม้ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับความสะดวก แต่ค่าใช้จ่ายต่อคำสั่งซื้อก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อรวมค่าจัดส่งและค่าบริการเข้าไปแล้ว อาหารที่ดูเหมือนราคาไม่สูงอาจมีต้นทุนจริงมากกว่าที่คิด
สำหรับผู้บริโภค การประหยัดจึงอาจไม่ใช่แค่การถามว่าอาหารกล่องหนึ่งราคาเท่าไร แต่ต้องดูด้วยว่าเงินที่จ่ายไปทำให้ได้อาหารเพียงพอหรือไม่ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเท่าไร และจำเป็นต้องจ่ายเพื่อความสะดวกในมื้อนั้นจริงหรือเปล่า ส่วนผู้ประกอบการก็ต้องเข้าใจว่า การมีสินค้าให้ซื้อได้ง่ายเพียงอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป หากราคาไม่เหมาะกับกำลังซื้อ หรือปริมาณและคุณภาพไม่สอดคล้องกับเงินที่ลูกค้าจ่าย ผู้บริโภคก็พร้อมเปลี่ยนไปเลือกทางเลือกอื่นได้เช่นกัน
Krungsri Research คาดการณ์ว่าปริมาณจำหน่ายอาหารพร้อมทานในประเทศจะเติบโตเฉลี่ย 2.3 - 3.3% ต่อปีในช่วงปี 2569 - 2571 โดยมีแรงสนับสนุนจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบ การขยายตัวของร้านสะดวกซื้อ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่กระทบกำลังซื้อ รวมถึงความกังวลด้านโภชนาการของผู้บริโภค ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สะท้อนว่าความสะดวกยังเป็นโอกาสทางธุรกิจ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าอาหารที่ซื้อมีความคุ้มค่าจริง
ท้ายที่สุด การที่อาหารพร้อมทานยังเป็นรายจ่ายที่คนไทยยอมจ่ายในช่วงค่าครองชีพสูงขึ้น ไม่ได้แปลว่าผู้บริโภคไม่สนใจเรื่องราคา หรือไม่พยายามลดค่าใช้จ่าย แต่เพราะการกินอาหารในชีวิตจริงมีข้อจำกัดมากกว่าแค่การเลือกเมนูที่ถูกที่สุด ทั้งเวลา ความเหนื่อยล้า สถานที่อยู่อาศัย และความสะดวกในการเข้าถึงอาหาร ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจในแต่ละมื้อ
สิ่งที่น่าจับตาจึงไม่ใช่เพียงว่าอาหารพร้อมทานจะยังขายได้มากแค่ไหน แต่เป็นการที่ผู้บริโภคจะยอมจ่ายให้กับความสะดวกแบบใดต่อไป เมื่อเงินมีจำกัดมากขึ้น อาหารที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องราคา คุณภาพ และเวลา ย่อมมีโอกาสรักษาความต้องการของลูกค้าไว้ได้ดีกว่าการพึ่งพาความสะดวกเพียงอย่างเดียว เพราะในวันที่ทุกบาทมีความหมาย ผู้บริโภคอาจไม่ได้เลิกซื้อความสะดวก แต่จะเลือกมากขึ้นว่าอะไรคือความสะดวกที่คุ้มค่ากับเงินของตัวเอง
ข่าวเด่น