ข่าว การตลาด-ไอที :
Scoop : ต้อนรับปีใหม่ 2569 รัฐเดินหน้าเก็บภาษีที่ดินเต็ม 100% ปล่อยรกร้างเสียเพิ่มขึ้นอีก

จะไม่มีการลดหย่อนใดๆ อีกแล้วสำหรับภาษีที่ดิน ที่ทางภาครัฐเตรียมเรียกเก็บตามที่กฎหมายกำหนดจริงทุกบาท โดยไม่มีส่วนลดหรือการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระเป็นพิเศษในปี 2569 นี้
 
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “ภาษีที่ดิน” จัดเป็นภาษีรายปีที่คิดตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ อย่าง ตึก ห้องแถว หรือบ้าน ที่ได้ครอบครองไว้ โดยมีองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดเก็บ ซึ่งตามกฎหมายว่าด้วยภาษีที่ดินแล้วนั้น มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 แต่ที่ผ่านมา ยังมีการลดหย่อนบรรเทาบ้างสำหรับบางประเภทที่ดิน และในช่วงเปลี่ยนผ่านของกฎหมาย เช่น การลดภาษีที่ดินลงถึง 90% สำหรับปี 2563 เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19
 
แต่ในปี 2569 ทางกระทรวงมหาดไทย ประกาศเก็บภาษีเต็มอัตรา 100% หรือเก็บอย่างจริงจังตามอัตราที่กำหนดไว้แบบครบถ้วน ไม่มีการยกเว้นหรือปรับลดค่าใช้จ่ายเฉพาะช่วงเหมือนที่ผ่านมาอีก ผู้มีกรรมสิทธิ์ต้องจ่ายตามที่กฎหมายกำหนดโดยตรง ในกรอบคำนวณ “มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง x อัตราภาษีต่อปี = ภาษีที่ต้องจ่าย” ซึ่งอัตราภาษีจะแตกต่างกัน ตามลักษณะการใช้ประโยชน์ของที่ดินที่แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
 
ประเภทที่ 1 ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย ที่ต้องมีเอกสารกรรมสิทธิ์และทะเบียนบ้าน โดยแบ่งอัตราภาษีออกเป็น 3 กรณี ได้แก่

1.1. กรณีที่บุคคลธรรมดา เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว

หากมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นภาษี, มูลค่า 50-75 ล้านบาท เสียภาษี 0.03%, 75-100 ล้านบาท เสียภาษี 0.05% และกรณีที่เกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องเสียภาษี 0.1%
 
1.2. กรณีที่บุคคลธรรมดา เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว

หากมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท จะได้รับยกเว้นภาษี, 10-50 ล้านบาท เสียภาษี 0.02%, 50-75 ล้านบาท เสียภาษี 0.03%, 75-100 ล้านบาท เสียภาษี 0.05% และกรณีที่เกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องเสียภาษี 0.1%
 
1.3.กรณีที่บุคคลธรรมดา เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่ 2 หลังขึ้นไป

เริ่มเสียภาษีตั้งแต่มูลค่าทรัพย์สิน 0-50 ล้านบาท ในอัตราภาษี 0.02%, 50-75 ล้านบาท เสียภาษี 0.03%, 75-100 ล้านบาท เสียภาษี 0.05% และกรณีที่เกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องเสียภาษี 0.1%
 
ประเภทที่ 2 ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เพื่อประกอบธุรกิจ และก่อให้เกิดรายได้ตามมา เช่น อาคารสำนักงาน ร้านค้า ที่พักแรม หรือภัตตาคาร จะต้องเสียภาษีในอัตราเริ่มต้นที่ 0.3% สำหรับมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท, 50-200 เสียภาษี ล้านบาท 0.4%, 200-1,000 ล้านบาท เสียภาษี 0.5%, 1,000-5,000 ล้านบาท เสียภาษี 0.6% ส่วนทรัพย์สินมูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไปจะต้องเสียภาษี 0.7%
 
ประเภทที่ 3 ที่ดินเพื่อการเกษตร

ที่ดินเพื่อการใช้ประโยชน์เชิงเกษตรกรรม ครอบคลุมทั้งการทำไร่ ทำนา ทำสวน หรือการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรสำหรับบุคคลธรรมดา หรือเป็นบริษัทที่ขึ้นทะเบียนกิจการเกษตร ซึ่งอัตราภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ที่ถือครองที่ดินเกษตร มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นภาษี, 50-125 ล้านบาท เสียภาษี 0.01%, 125-150 ล้านบาท เสียภาษี 0.03%, 150-550 ล้านบาท เสียภาษี 0.05%, 550-1,050 ล้านบาท เสียภาษี ?0.07% และกรณีที่เกิน 1,050 ล้านบาทขึ้นไปจะต้องเสียภาษีในอัตรา 0.1%.
 
ส่วนในฝั่งนิติบุคคล จะเริ่มเสียภาษีตั้งแต่ 0.01%, 75-100 ล้านบาท เสียภาษี 0.03%, 100-500 ล้านบาท เสียภาษี 0.05%, 500-1,000 ล้านบาท เสียภาษี 0.07%, และกรณีที่เกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องเสียภาษีในอัตรา 0.1%
 
ประเภทที่ 4 ที่ดินรกร้างว่างเปล่า

สำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ปล่อยทิ้งไว้ ไม่ได้มีการใช้งานให้เกิดประโยชน์ จะถูกเก็บภาษีในอัตราสูงเพื่อกระตุ้นให้เจ้าของนำที่ดินมาใช้ประโยชน์กันมากขึ้น โดยหากปล่อยรกร้างมากกว่า 3 ปี อัตราภาษีที่ดินจะเพิ่มขึ้น 0.3% และเพิ่มขึ้นอีก ทุก ๆ 3 ปี หากปล่อยรกร้างต่อเนื่อง (เพดานสูงสุดไม่เกิน 3%) ซึ่งจะมีการเริ่มอัตราภาษีที่แตกต่างกันตามมูลค่าสินทรัพย์ เริ่มต้นสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราภาษีเริ่มที่ 0.3%, 50-200 ล้านบาท อัตราภาษีเริ่มที่ 0.4%, 200-1,000 ล้านบาท อัตราภาษีเริ่มที่ 0.5%, 1,000-5,000 ล้านบาท อัตราภาษีเริ่มที่ 0.6% และสำหรับมูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป จะเริ่มคิดอัตราภาษีที่ 0.7%
 
ตัวอย่างเช่น หากมีที่ดินรกร้างมูลค่า 100 ล้านบาท ปกติจะเริ่มเสียภาษี 400,000 บาทต่อปีในช่วงปี (คำนวณจากอัตราภาษี 0.4%) แต่หากทิ้งร้างอีก 3 ปี จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นในอัตรา 0.7% เป็น 700,000 บาทต่อปี
 
ซึ่งโดยปกติแล้ว เจ้าของทรัพย์สินจะต้องชำระภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างภายในเดือนเม.ย.ของทุกปี แต่ในปี 2569 ทางกระทรวงมหาดไทย ได้ออกหนังสือขยายเวลาการเก็บภาษีที่ดินไปอีก 2 เดือน เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน โดยได้ขยายกำหนดเวลาการชำระภาษี จากเดิมเดือนเม.ย. 2569 เป็นเดือนมิ.ย. 2569 และยังสามารถแบ่งชำระเป็น 3 งวดได้ โดยมีการขยายเวลาเริ่มต้นการผ่อนชำระงวดที่ 1 จากเดิมเดือนเม.ย. 2569 เป็นเดือนมิ.ย. 2569 งวดที่ 2 จากเดิมเดือนพ.ค.2569 เป็นเดือนก.ค.2569 และงวดที่ 3 จากเดิมเดือนมิ.ย. 2569 เป็นเดือน ส.ค. 2569 ส่วนในการจ่ายภาษีล่าช้า จะมีอัตราค่าปรับ ในกรณีแรกไม่จ่ายภาษีในเวลาที่กําหนดแต่ชําระก่อนจะได้รับหนังสือแจ้งเตือน คิดเบี้ยปรับ10%ของจํานวน ภาษีค้างชําระกรณีที่ 2 จ่ายภาษีในเวลาที่กําหนดตามหนังสือแจ้งเตือน คิดเบี้ยปรับ 20%ของจํานวนภาษีค้างชำระ และกรณีที่ 3 จ่ายภาษีหลังพ้นเวลาที่กําหนดในหนังสือแจ้งเตือน คิดเบี้ยปรับ 40%ของจํานวน ภาษีค้างชําระ ทั้งนี้ผู้เสียภาษีที่ไม่ได้ชําระในเวลาที่กําหนด ให้เสียเงินเพิ่มอีก 1% ต่อเดือนของจํานวน ภาษีค้างชําระ เริ่มนับเมื่อพ้นกําหนดเวลาชําระภาษีจนถึงวันที่ได้ชําระ แต่ต้องไม่เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย
 
อย่างไรก็ตาม สำหรับภาษีที่ดิน 2570 ผู้เสียภาษีอาจจะต้องมีภาระเพิ่มสูงขึ้น หลังกรมธนารักษ์เตรียมประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ (ปี 2566-2569) ซึ่งรอบก่อนปรับเพิ่มเฉลี่ยทั่วประเทศราว 8% โดยมีเป้าหมายคือให้ราคาประเมินใกล้เคียงราคาตลาดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าให้กับที่ดิน และส่งผลให้ฐานภาษีสูงขึ้นตามไปด้วย

LastUpdate 04/01/2569 20:47:14 โดย : Admin
แบ่งปัน
06-01-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 6, 2026, 6:44 pm