ข่าว การตลาด-ไอที :
Scoop : จีนรุกเปลี่ยนเกมตลาดรถยนต์ไทย ดัน EV โต 97% ใน 7 เดือนแรก

  By วิภาดา จิณณวาโส
 
ตลาดรถยนต์ไทยกำลังเดินเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่เห็นภาพชัดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้า หรือ Battery Electric Vehicle (BEV) ไม่ได้เป็นเพียงรถทางเลือกสำหรับคนบางกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักของผู้บริโภคไทยอย่างรวดเร็ว
 
ข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ รถยนต์ไฟฟ้ามียอดขายมากกว่า 120,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 97% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ใหม่สูงถึง 30.88% หรือพูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ในทุก ๆ 100 คันที่ขายในประเทศไทย มีประมาณ 30–31 คัน ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว

ตัวเลขนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงว่าคนไทยกำลังซื้อ EV มากขึ้น แต่กำลังบอกว่าโครงสร้างของตลาดรถยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเมื่อรถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามของรถใหม่ที่ขายได้ การแข่งขันในตลาดย่อมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าการเติบโตของ EV คือ “ใคร” กำลังเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ซึ่งคำตอบที่เห็นได้ชัด คือ แบรนด์รถยนต์จากจีน ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนมีสัดส่วนมากกว่า 91% ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่ตลาด EV ไทยขยายตัว แบรนด์จีนกำลังได้โอกาสขยายฐานลูกค้าไปพร้อมกันด้วย และการเติบโตดังกล่าวเริ่มส่งผลต่อภาพรวมของตลาดรถยนต์ไทยแล้ว

ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์สัญชาติจีนในตลาดรถใหม่เพิ่มขึ้นจากประมาณ 23% ในปีก่อน (2568) มาอยู่ที่ 32% ในปีนี้ ขณะที่ค่ายรถยนต์เดิมซึ่งเคยเป็นเจ้าตลาดกลับมีส่วนแบ่งลดลงจาก 77% เหลือ 68% ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนจากรถน้ำมันเป็นรถไฟฟ้า แต่เป็น “การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไทย” ไปพร้อมกัน

ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยยอมเปลี่ยนจากรถยนต์สันดาปที่คุ้นเคย ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า EV โดยเฉพาะรถยนต์จากจีนนั้น คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นหลักอย่างที่หลายคนเคยมอง เพราะสำหรับผู้บริโภคทั่วไป การตัดสินใจซื้อรถยังคงเป็นเรื่องของราคา ความคุ้มค่า ความสะดวก และประสบการณ์ในการใช้งานเป็นสำคัญ โดยรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เข้ามาเปลี่ยนสมการนี้ด้วยการนำเสนอรถที่มีราคาจับต้องได้ พร้อมฟังก์ชันจำนวนมาก เทคโนโลยีที่ทันสมัย และดีไซน์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ เมื่อรถที่มีระบบช่วยขับ หน้าจอขนาดใหญ่ ระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน ฟังก์ชันอัจฉริยะ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ สามารถเข้าถึงได้ในราคาที่ผู้บริโภคจำนวนมากรู้สึกว่าคุ้มค่า การเลือกซื้อรถจึงไม่ได้ถูกตัดสินด้วยชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต

อีกจุดที่ทำให้แบรนด์จีนได้เปรียบ คือ ความสามารถในการครอบคลุมตลาดหลายระดับ ตั้งแต่รถยนต์ขนาดเล็ก รถซีดาน รถอเนกประสงค์ ไปจนถึงรถระดับพรีเมียม ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าสู่ตลาด EV ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณสูงมาก และเมื่อประกอบกับการแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น และการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงไม่น่าแปลกที่รถยนต์จีนจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปี

อย่างไรก็ตาม การมองว่าค่ายรถจีนกำลังเติบโตเพราะ “ขายถูก” เพียงอย่างเดียวอาจดูผิวเผินจนเกินไป เพราะสิ่งที่กำลังเปลี่ยนจริง ๆ คือ การแข่งขันของอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านเครื่องยนต์และสมรรถนะเพียงอย่างเดียว ไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ แบตเตอรี่ การออกแบบ และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV แตกต่างจากการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ในอดีต

โดยรถยนต์สันดาปภายในมีโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยสะสมความเชี่ยวชาญมานานหลายทศวรรษ ตั้งแต่โรงงานประกอบรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน Tier 1 และ Tier 2 ไปจนถึงแรงงานและเครือข่ายซัพพลายเออร์จำนวนมาก ระบบนิเวศนี้เคยเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค

แต่ EV กำลังเปลี่ยนสมการดังกล่าว เพราะรถยนต์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนที่แตกต่างจากรถสันดาปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และซอฟต์แวร์ ขณะเดียวกันมูลค่าของรถยนต์ในอนาคตก็มีแนวโน้มถูกสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ความสำเร็จของ EV ในประเทศไทยจึงมีสองด้านที่ต้องมองพร้อมกัน ด้านหนึ่ง คือ การที่คนไทยหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นถือเป็นโอกาส เพราะทำให้ประเทศไทยมีตลาดรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรม EV ขนาดใหญ่ขึ้น และช่วยดึงดูดผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรายใหม่เข้ามาสร้างฐานการผลิตในประเทศ แต่อีกด้านหนึ่ง หากรถยนต์ที่ขายได้เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีและชิ้นส่วนสำคัญจากต่างประเทศ ไทยอาจได้ประโยชน์จากการเป็น “ตลาด” และ “ฐานประกอบ” มากกว่าการเป็นเจ้าของมูลค่าที่แท้จริงของอุตสาหกรรม

หากไทยสามารถดึงดูดการลงทุนจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแล้วต่อยอดให้เกิดการผลิตแบตเตอรี่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ระบบควบคุม ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องภายในประเทศได้มากขึ้น การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ก็อาจกลายเป็นโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยครั้งใหญ่ แต่หากไทยยังคงมีบทบาทหลักเพียงการประกอบรถยนต์ ขณะที่เทคโนโลยีสำคัญและมูลค่าเพิ่มสูงถูกควบคุมจากต่างประเทศ การเติบโตของ EV ก็อาจไม่ได้แปลว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแข็งแกร่งขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ค่ายรถยนต์เดิมเอง เช่น รถแบรนด์ญี่ปุ่นที่คนไทยคุ้นเคยก็ไม่ได้หมายความว่าจะหมดความสามารถในการแข่งขัน เพียงแต่ต้องเผชิญกับโจทย์ที่ยากขึ้นกว่าเดิม เพราะจุดแข็งที่เคยใช้แข่งขันในยุครถสันดาปอาจไม่เพียงพอในตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและความคุ้มค่ามากขึ้น แบรนด์ที่มีฐานลูกค้าเดิมจำนวนมากยังมีข้อได้เปรียบด้านความน่าเชื่อถือ เครือข่ายศูนย์บริการ ความเข้าใจตลาดไทย และระบบซัพพลายเชนที่สร้างมานาน แต่ข้อได้เปรียบเหล่านี้จะต้องถูกนำมาต่อยอดให้เข้ากับตลาดรถยนต์ยุคใหม่ ไม่เช่นนั้นความได้เปรียบจากอดีตอาจค่อย ๆ ลดความสำคัญลง

ในทางกลับกัน การแข่งขันที่รุนแรงของแบรนด์จีนก็ไม่ได้มีแต่ด้านบวกสำหรับผู้บริโภค เพราะเมื่อผู้เล่นจำนวนมากแข่งขันกันด้วยราคาและโปรโมชั่น ผู้บริโภคอาจได้รถที่มีเทคโนโลยีมากขึ้นในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ผู้ผลิตก็ต้องเผชิญแรงกดดันด้านกำไรและความสามารถในการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จึงเป็นเหมือนการจัดระเบียบตลาดรถยนต์ไทยครั้งใหม่ จากเดิมที่ผู้บริโภคเลือกซื้อรถโดยเปรียบเทียบแบรนด์ญี่ปุ่น ยุโรป หรือเกาหลี เป็นหลัก วันนี้ผู้บริโภคกำลังเปรียบเทียบรถยนต์ในอีกมิติหนึ่งว่า รถคันไหนให้เทคโนโลยีมากกว่า คุ้มค่ากว่า ชาร์จง่ายกว่า มีระบบช่วยขับที่ดีกว่า และตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากกว่า

เมื่อเกณฑ์ในการตัดสินใจเปลี่ยน ผู้ชนะในตลาดก็มีโอกาสเปลี่ยนตามไปด้วย ดังนั้น ตัวเลข EV ที่เติบโต 97% ในช่วง 7 เดือนแรกของปีจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงตัวเลขยอดขายที่น่าตื่นเต้น แต่ควรถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค และที่สำคัญกว่านั้น คือ เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่ในวันนี้ รถใหม่ทุก ๆ 100 คัน มีประมาณ 30 คันที่เป็น EV และกว่า 91% ของตลาด EV อยู่ในมือแบรนด์จีน

แต่เมื่อคนไทยเปลี่ยนรถมาใช้รถ EV เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มากแล้ว ประเทศไทยจะเปลี่ยนตัวเองทันได้หรือไม่ เพราะในเกม EV การเป็นประเทศที่มีคนซื้อรถจำนวนมากอาจสร้างตลาดที่ใหญ่ได้ แต่การเป็นประเทศที่สามารถสร้างเทคโนโลยี ผลิตชิ้นส่วนสำคัญ และเก็บมูลค่าเพิ่มไว้ในประเทศต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสินว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะทำให้ไทยเป็นเพียงผู้บริโภคของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ หรือยังสามารถเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ต่อไปได้

LastUpdate 30/08/2569 20:37:54 โดย : Admin
แบ่งปัน
31-08-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 31, 2026, 1:58 am