" /> " />
อสังหาริมทรัพย์
"เอพี" ประกาศลดความเสี่ยง หลังต้นทุนบาน แรงงานขาดแคลนหนัก


 


 
 
 
"เอพี" ปรับตัวอีกครั้ง ลดความเสี่ยงจากต้นทุนพุ่ง แรงงานขาดแคลนหนัก ให้น้ำหนักพัฒนาโครงการแนวราบ หวังรับรู้รายได้เร็ว แม้กำไรน้อย เผยครึ่งปีหลังลุยต่อ เปิดอีก16โครงการ ทั้งแนวสูง แนวราบ มูลค่ารวมเกือบ 15,000 ล้านบาท ตั้งเป้าโกยยอดขาย 22,000 ล้านบาท


ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วราวติดจรวด ขณะที่แรงงานขาดแคลนอย่างหนัก ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ต้องกลับมาทบทวนแผนการดำเนินงานอีกครั้ง หลังจากที่ในช่วงปีก่อน การดำเนินธุรกิจไม่ติดขัดปัญหามากนัก อีกทั้งยังสร้างยอดขายเป็นกอบเป็นกำ มีอัตราการเติบโตในอุตสาหกรรมประมาณ 10-12% ที่สำคัญยังสร้างผลกำไรให้กับผูประกอบการรายใหญ่ รายกลางจำนวนมหาศาล


อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับมีสารพัดปัญหาถาโถมเข้าใส่อุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยปัญหาใหญ่ๆ หนีไม่พ้นเรื่องราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้น จนผู้ประกอบการไม่สามารถจะสร้างบ้านหรือคอนโดมิเนียมในราคาต่ำกว่าล้านบาทได้อีกแล้ว แต่ปัญหาดังกล่าวยังไม่หนักเท่ากับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งต้นทุนโดยรวมยังเพิ่มขึ้นจากราคาวัสดุก่อสร้างที่พร้อมใจกันปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง

 
 
บริษัท เอพี  (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP น่าจะเป็นผู้ประกอบการรายแรกๆที่คาดว่า ปัญหาดังกล่าวจะมาเป็นอุปสรรคในการขยายธุรกิจ จึงได้ปรับแผนการลงทุนมาตลอดนับตั้งแต่ช่วงปีก่อน โดยด้านการลงทุน นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด กล่าวว่า บริษัทพยายามปรับลดสัดส่วนการลงทุนโครงการแนวสูง หรือคอนโดมิเนียมลง และให้น้ำหนักไปที่การลงทุนโครงการแนวราบ ประเภทบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน เพราะการลงทุนโครงการแนวสูง ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก หากเทียบกับการลงทุนโครงการแนวราบ อีกทั้งโครงการแนวราบยังสามารถโอนและรับรู้รายได้ได้เร็วกว่าโครงการแนวสูง 

โดยมีเป้าหมายลดลัดส่วนการก่อสร้างโครงการแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมจากเดิมอยู่ที่สัดส่วน 55-60% เหลือ 50% และปรับเพิ่มการลงทุนโครงการแนวราบเป็น 50% ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทได้ทยอยปรับลดสัดส่วนการลงทุนทำให้ในปัจจุบันเอพีมีสัดส่วนการลงทุนในแนวสูงและแนวราบเท่ากัน คือ 50% 

 
 
 
“การบริหารความเสี่ยงระหว่างโครงการแนวราบ ซึ่งใช้ระยะเวลาตั้งแต่เปิดขายจนถึงการรับรู้รายได้เร็วถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรก็ต่ำกว่าโครงการคอนโดมิเนียม แต่คอนโดมิเนียมมีความเสี่ยงสูงกว่า เนื่องจากมีรอบของธุรกิจต่อโครงการไม่ต่ำกว่า 3 ปี และแม้ว่าจะขายไม่หมด ก็ต้องก่อสร้างต่อให้แล้วเสร็จ ซึ่งในส่วนนี้เป็นความเสี่ยง อีกทั้งบริษัทยังต้องแบกรับภาระค่าก่อสร้างเองด้วยนายวิทการกล่าว

 
 
 
 
ในช่วงครึ่งปีหลัง เอพีจะเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด 16 โครงการ มูลค่ารวม 14,770 ล้านบาท จากทั้งปีที่มีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ รวม 25 โครงการ มูลค่ารวม 29,760 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดตัว บ้านเดี่ยว 4 โครงการ มูลค่า 3,230 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์ 9 โครงการ มูลค่า 6,610 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่า 4,930 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทมีการเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ไปแล้วทั้งสิ้น 9 โครงการ

สำหรับผลประกอบการปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 20,000 ล้านบาท และมียอดขายทั้งสิ้น 22,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมียอดขายแล้ว 8,000 ล้านบาท โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน 53 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 35,592 ล้านบาท และมีสินค้าที่อยู่ระหว่างรอโอน (Backlog) 32,389 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบมูลค่า 5,217 ล้านบาท และแนวสูง 27, 172 ล้านบาท

ด้านแผนการตลาดนั้น บริษัทได้ทุ่มงบการตลาดกว่า 250 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ “Live More : AP คิดและสร้างเพื่อชีวิตที่มากกว่า” เพื่อให้ลูกค้าต่อยอดการใช้ชีวิตในบ้านที่มากกว่าให้เกิดขึ้นได้ โดยทำเป็นละครสั้น (ซิท-คอม) 5 ตอนต่อเนื่อง 5 สัปดาห์ นำแสดงโดย เป้ อารักษ์ และ ป๊อด ธนชัย เริ่มออนแอร์วันแรก 11 ก.ค.นี้ และจะจัดงานอีเวนท์ช่วงเดือน ก.ค.- ก.ย.ด้วย จากทั้งปีที่มีงบการตลาด 400 ล้านบาท

 
 
 
จุดเริ่มต้นของแคมเปญนี้ คือ การทำความเข้าใจถึงบทบาทของบ้านกับความต้องการเชิงลึกของลูกค้า         เพื่อค้นหาว่าในแต่ละเซ็กเม้นท์บ้านมีบทบาทความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตอย่างไร ฟังก์ชั่นดีไซน์ต่างๆ ภายในบ้าน  ส่งมอบชีวิตที่มากกว่าได้ในรูปแบบไหนบ้าง เช่น คอนโดมิเนียม คือ สถานที่ที่กลับมารีชาร์ต เพื่อพร้อมทำอะไรที่มากกว่าในวันรุ่งขึ้น  ขณะที่ทาวน์เฮ้าส์ สำหรับกลุ่มคู่รักที่เพิ่มเริ่มต้นชีวิตในสเตปต่อไป Role ของบ้านที่เกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ คือ บ้านที่ยังมีสเปซที่ให้เธอและเขาแสดงความเป็นตัวของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันบ้านก็ยังมีพื้นที่ที่แสดงความเป็นเราที่มากกว่า สุดท้าย บ้านเดี่ยว กับบทบาทบ้านที่รวมความรู้สึกดีๆ ที่มากกว่าของคนในหลายเจเนเรชั่นไว้รวมกัน
 
 
นอกจากการเปิดตัวแคมเปญดังกล่าวแล้ว ในสเตปที่ 2 เอพียังเชื่อมต่อแนวคิด Live More เข้ากับการสื่อสารการตลาดของโครงการ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นและสัมผัส (See & Feel) ได้จริงถึง Benefit  ที่โครงการเอพีมอบให้ผ่านภาพยนตร์โฆษณา 3 เรื่องที่นำเสนอชีวิตที่มากกว่าในรูปแบบที่แตกต่างกัน พร้อมจัดงาน Event ใหญ่ 3 งานต่อเนื่องกัน เพื่อให้ผู้บริโภคสัมผัสกับสินค้าได้ง่ายขึ้น
 
โดย วันที่ 25-31 กรกฎาคมนี้ กับงาน Live More ทาวน์เฮ้าส์ พบการเปิดตัวโครงการใหม่และโครงการพร้อมอยู่รวมกว่า 14 โครงการ ที่ชั้น G เซ็นทรัล ลาดพร้าว, วันที่ 15-18 สิงหาคม กับงาน Live More คอนโด พบกับการเปิดตัวโครงการใหม่และคอนโดทำเลศักยภาพรวม 17 โครงการ ที่ชั้น 1 สยามพารากอน และสุดท้ายกับ งาน Live More บ้านเดี่ยว วันที่ 19-25 กันยายนนี้ ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล ลาดพร้าว กับการเปิดโครงการใหม่และพร้อมอยู่กว่า  14 โครงการ
 

LastUpdate 27/06/2556 10:57:52 โดย : Admin
25-07-2024
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 25, 2024, 2:45 pm