
(+/-) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังตลาดกังวลเรื่องความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา ภายหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางทหารจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเวเนซุเอลามีแหล่งสำรองน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดในโลกราว 3 แสนล้านบาร์เรลหรือคิดเป็น 17% ของปริมาณน้ำมันดิบสำรองทั่วโลก และยังอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ หลายฝ่ายคาดว่า ผลกระทบในระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอนทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเวเนซุเอลาที่อาจกระทบต่อการผลิตน้ำมันดิบ และมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ขณะที่ระยะยาวคาดว่าการที่สหรัฐฯ เข้ามาลงทุนในแหล่งน้ำมันดิบเวเนซุเอลา จะส่งผลให้น้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาไหลสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีแผนจะประชุมกับผู้บริหารบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
(+) ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณการแทรกแซงเพิ่มเติม โดยล่าสุด ทรัมป์ขู่ใช้มาตรการทางทหารกับโคลอมเบียและเม็กซิโก หากไม่ลดการลักลอบค้ายาเสพติด ขณะเดียวกันตลาดจับตาท่าทีของอิหร่านต่อคำขู่ของสหรัฐฯ ที่จะเข้าแทรกแซงเพื่อปราบปรามการประท้วง ซึ่งอาจเพิ่มความตึงเครียดในประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญของกลุ่มโอเปก
(+) การประชุมของสมาชิกกลุ่มโอเปกพลัสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีมติคงการระงับการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบในไตรมาส 1/69 เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันในฤดูหนาวของซีกโลกเหนือยังอยู่ในระดับต่ำ โดยในปี 68 ที่ผ่านมา สมาชิกโอเปกพลัสได้เพิ่มกำลังการผลิตกว่า 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนกว่า 3% ของความต้องการใช้น้ำมันโลก ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวยังหลีกเลี่ยงการหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อสมาชิกหลายประเทศ
ข่าวเด่น