* Bottom Line
ภาพเศรษฐกิจปี 2026 ฉายภาพความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างสองประเทศ ในขณะที่ไทยยังต้องเผชิญกับลมต้านรอบด้านที่กดดันให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเปราะบาง เวียดนามกลับมีกันชน (Buffers) ที่แข็งแกร่งกว่า ทั้งจากโครงสร้างการส่งออกและการท่องเที่ยว ช่วยลดทอนผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดีกว่า
* ไทย: การฟื้นตัวบนความเสี่ยงและข้อจำกัด
สำหรับเศรษฐกิจไทย เรายังคงมุมมองระมัดระวังโดยประเมิน GDP ปี 2026 ไว้ที่ 1.6% YoY (Base Case) ซึ่งถือเป็นระดับการเติบโตที่เปราะบาง ท่ามกลางความเสี่ยงขาลง (Downside Risks) ที่รุมเร้าทั้งจากภายนอกและภายใน ตั้งแต่นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่จ่อกดดันภาคส่งออก ไปจนถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจส่งผลให้ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2027 ล่าช้า ซึ่งจะลดทอนประสิทธิภาพของเม็ดเงินภาครัฐในการพยุงเศรษฐกิจ ซ้ำเติมด้วยปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงที่กดทับกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค หากขาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตรงจุดและมีประสิทธิผล เราอาจเห็นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าคาดการณ์
* จุดที่เป็นแสงสว่าง: ท่องเที่ยวและ FDI
อย่างไรก็ดี ในความท้าทายยังมีปัจจัยบวกเฉพาะจุดที่คอยประคองเศรษฐกิจ นั่นคือ 1) ภาคการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ถึง 34 ล้านคน (+3.1% YoY) โดยมีแรงหนุนสำคัญจากตลาดอินเดีย รัสเซีย และการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน และ 2) เม็ดเงินลงทุน FDI ที่เริ่มทยอยเข้าสู่ระบบจริง โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผลพวงจากการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในช่วง 4Q24–2Q25 ที่ผ่านมา
* เวียดนาม: แข็งแกร่งด้วย Structural Buffers
เมื่อข้ามมาดูฝั่งเวียดนาม ภาพรวมสดใสกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เราประเมินการเติบโตของ GDP ปี 2026 ในกรอบ 6.5%–7.0% YoY แม้เวียดนามจะเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเช่นเดียวกับไทย แต่สิ่งที่ทำให้เวียดนามแตกต่างคือ โครงสร้างการส่งออกที่ยืดหยุ่น โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสัดส่วนถึง 32% ของการส่งออกไปสหรัฐฯ ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีนำเข้า ประกอบกับการเป็นฐานการผลิตสินค้า Global Brands (สิ่งทอ/รองเท้า) ทำให้เวียดนามมีเกราะป้องกันผลกระทบที่ดีกว่า นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดี (สัดส่วนราว 8% ของ GDP) ยังทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่ง Buffer สำคัญที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของดุลบัญชีเดินสะพัด
* จับตาความเสี่ยงระยะสั้น (Cyclical Headwinds)
แม้โครงสร้างระยะยาวจะดูดี แต่ระยะสั้นเวียดนามกำลังเผชิญการชะลอตัวเชิงวัฏจักร (Cyclical Slowdown) ในฝั่งการบริโภค สะท้อนจากยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. ที่โตเพียง 6.6% (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 2 ปี) และภาวะ Destocking ในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กดดันยอดขายและการผลิต อย่างไรก็ตาม เรามองว่านี่เป็นเพียงการปรับฐานชั่วคราวเพื่อให้ Inventory กลับสู่สมดุล โดยคาดว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายได้ในระยะถัดไป หลังจากที่สินค้าคงคลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติราวช่วงกลางปี
โปรดติดตามข้อมูล Part 2 เพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็มหน้า 9-12
ภาษาไทย คลิก
https://research2.bualuang.co.th/article/xnP4iAZCMgYJP5vW_85lFoRzKihQ7dAoqS5_R2Fs3jP09Y3LU3sqgyFW3Wb_PQVCpki9RlkMpRKMVGkXeUzRhrbsd.nntQ1crTFvzzchZT0-
English Click
https://research2.bualuang.co.th/article/ZkPuNrTuCZ9wG7N9cBrWOIRzKihQ7dAoqS5_R2Fs3jO7Af2hkOJdFCZxHet9q1y0WbVrHOND_TPY5esA9nYPoXHQLi96NWsXYgaAnxq9vKc-
โดย วัชราภรณ์ กันทะพะเยา, PhD
Economist, BLS Wealth Research
ข่าวเด่น