การศึกษา-สิ่งแวดล้อม-สาธารณสุข
สทนช. มั่นใจแล้งนี้ น้ำต้นทุนเพียงพอ พร้อมประสานหน่วยงานติดตามสภาพอากาศเพื่อบริหารจัดการแล้ง-ท่วมอย่างสมดุล


 

สทนช. เดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงานขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำแล้ง-น้ำท่วม เผยปีนี้ปริมาณน้ำต้นทุนมีจำนวนมาก จะประสานหน่วยงานเฝ้าติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอและรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันนี้ (13 ม.ค. 69) นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำภาพรวมของปีนี้ ไม่น่ากังวล เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนสะสมในปีที่ผ่านมามีจำนวนมาก ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ต่างๆมีปริมาณน้ำเกือบเต็มความจุ ซึ่งภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ ข้อมูล ณ วันที่ 12 ม.ค. 69 มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 68,297 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) มากกว่าปี 2568 จำนวน 6,763 ล้าน ลบ.ม. มีเพียงพอต่อการจัดสรรน้ำในทุกกิจกรรม

“แม้สถานการณ์น้ำฤดูแล้งปีนี้จะไม่น่ากังวล แต่ยังต้องเฝ้าติดตามความผันผวนของสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ซึ่ง สทนช. ได้ประสานความร่วมมือกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) เพื่อบูรณาการข้อมูลสำหรับใช้ในการวิเคราะห์และประเมินสภาพอากาศ โดยเฉพาะการคาดการณ์พายุ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยงานต่างๆ ปฏิบัติตามมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบแล้ว อย่างเคร่งครัด โดยได้สั่งการให้ สทนช.ส่วนกลางและ สทนช.ภาค 1-4 ประสานร่วมกับการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และประปาหมู่บ้านที่อยู่ในความดูแลของท้องถิ่น เร่งประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พร้อมสำรวจแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่ข้างเคียงเพื่อสนับสนุนน้ำในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน โดย สทนช. ได้เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงรุกอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ในวันที่ 14 ม.ค. 69 สทนช. จะลงพื้นที่เพื่อร่วมประชุมและติดตามพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ด้านอุปโภคบริโภค ในเขตการประปาส่วนภูมิภาค สาขาจุน หน่วยบริการเชียงคำ จังหวัดพะเยา เนื่องจากพบว่า เป็นพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำด้านอุปโภคบริโภค ในเขตการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากการขาดแคลนน้ำให้ได้มากที่สุด” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมสถานการณ์ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังและเตรียมแผนเผชิญเหตุในพื้นที่เสี่ยง เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำภาคกลาง พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดน่านเพื่อบูรณาการหน่วยงานและท้องถิ่นในการเตรียมความพร้อมของเครื่องจักรเครื่องมือและกำลังพลให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที และขับเคลื่อนแผนงานแก้ไขในระยะต่อไป สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่ผ่าน กนช. และอยู่ระหว่างดำเนินการนั้น จะได้กำชับให้หน่วยงานเร่งรัดดำเนินการต่อไป

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ม.ค. 2569 เวลา : 17:29:33
14-01-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 14, 2026, 10:57 pm