การค้า-อุตสาหกรรม
กรมศุลกากรร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และภาคเอกชน เปิดเวทีเสวนาพิเศษ กรมศุลกากรพบผู้ประกอบการ กรมศุลกากรมิติใหม่ ร่วมคิดร่วมทำ ยกระดับนำเข้า-ส่งออก สู่ผลลัพธ์แบบ Quick-Win


 
กรมศุลกากร มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และภาคเอกชน จัดงานเสวนาพิเศษ ภายใต้หัวข้อ กรมศุลกากรพบผู้ประกอบการ "กรมศุลกากรมิติใหม่ ร่วมคิดร่วมทำ ยกระดับนำเข้า-ส่งออก สู่ผลลัพธ์แบบ Quick-Win" โดยมี นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร รองศาสตราจารย์ ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้า นายอนันต์ ทินะพงศ์ นายกสมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย นายเฉลิมศักดิ์ กาญจนวรินทร์ นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ นางสาวกัลศิริ อินทรภูวศักดิ์ นายกสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย นายชวินโรจน์ นำชัยศิริ อุปนายกสมาคมผู้นำเข้าและผู้ส่งออกระดับมาตราฐานเออีโอ นายอำนวย กิจวีรกุล นายกสมาคมชิปปิ้งแห่งประเทศไทย นายขวัญชัย สายทอง นายกสมาคมตัวแทนออกของอิเล็กทรอนิกส์ไทย ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เข้าร่วมในการเสวนาฯ ณ  ห้อง 10201 อาคาร 10 ชั้น 2 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

 
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การจัดเสวนาในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการอำนวยความสะดวกทางการค้า และสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

 
กรมศุลกากรได้ดำเนินมาตรการสำคัญหลายประการ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและกระตุ้นให้เกิดการค้า (Trade Enabler) อาทิ การปรับปรุงกฎระเบียบรวมถึงพิธีการศุลกากรที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้า - ส่งออก การพัฒนากระบวนการตรวจสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อลดระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้า ซึ่งสามารถลดภาระและต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการได้ การเร่งรัดการคืนภาษี เงินวางประกันและเงินชดเชย เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ภาคธุรกิจ รวมถึงการปรับปรุงพิธีการศุลกากรสำหรับสินค้าถ่ายลำ – ผ่านแดนให้สามารถเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งได้หลายรูปแบบ (Multimodal Transportation) โดยเฉพาะการขนส่งทางรถไฟ รวมถึงศึกษาแนวทางและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ ICD (Inland Container Depot) สามารถตรวจปล่อยสินค้าขาออกได้โดยตรง นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ กรมศุลกากรได้ขานรับนโยบายของรัฐบาล โดยการบังคับใช้มาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรก ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยสามารถจัดเก็บอากรศุลกากรได้กว่า 300 ล้านบาท

 
การเสวนาพิเศษในครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้สะท้อนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการดำเนินงานของกรมศุลกากรอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับการทำงานของกรมศุลกากรและระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

 
อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการเสวนาครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ประกอบการกำหนดแนวทางการดำเนินงานของกรมศุลกากรในอนาคต เพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
 
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 ม.ค. 2569 เวลา : 16:25:00
22-01-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 22, 2026, 11:04 pm