ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 55-65 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 60-70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (23 – 29 ม.ค. 69)
ราคาน้ำมันดิบผันผวนเนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะไม่ใช้กำลังทหารเข้าครอบครองกรีนแลนด์ พร้อมทั้งระงับมาตรการภาษีเพิ่มเติมต่อยุโรป ส่งผลให้ความกังวลต่อความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงติดตามสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด แม้สหรัฐฯ จะมีท่าทีผ่อนคลายต่ออิหร่าน แต่อิหร่านยังยืนยันพร้อมตอบโต้หากเกิดปฏิบัติการทางทหาร ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียยูเครนยังคงตึงเครียดเนื่องจากรัสเซียโจมตีหลายพื้นที่ที่เป็นโครงสร้างด้านพลังงานของยูเครน ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้ายูเครนเสียหายจำนวนมาก ท่ามกลางการจับตาการประชุมไตรภาคี ระหว่างสหรัฐฯ รัสเซียและยูเครน ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกี่ยวกับแนวทางข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่วนทางด้านอุปทานน้ำมันเวเนซุเอลา สหรัฐฯ ได้นำน้ำมันออกจากเวเนซุเอลาและขายน้ำมันบางส่วนในตลาด ขณะเดียวกันยังคงบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มงวด หลังเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 7 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงหนุนหลังคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนนี้ อีกทั้งอยู่ระหว่างการสรรหาประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางนโยบายการเงิน
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้
• นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่าจะไม่เข้าครอบครองกรีนแลนด์ด้วยการใช้กำลังทหาร รวมทั้งได้บรรลุกรอบข้อตกลงเกี่ยวกับการเข้าครอบครองกรีนแลนด์และดินแดนในภูมิภาคอาร์กติกทั้งหมดร่วมกับเลขาธิการ NATO ส่งผลให้สหรัฐฯ จะระงับการใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมอีก 10% กับชาติในยุโป ซึ่งเดิมมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 69 ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้ตลาดคลายกังวลต่อความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป
• ตลาดจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด แม้ว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีสัญญาณคลี่คลายลงเนื่องจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผ่อนท่าทีที่จะโจมตีอิหร่าน อย่างไรก็ดี อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกมายอมรับว่ามีผู้ประท้วงเสียชีวิตจำนวนมากจากเหตุการประท้วงซึ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนธ.ค.68 และกล่าวว่าทางอิหร่านจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน นอกจากนี้กองทัพอากาศของสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินรบเข้าไปประจำการในตะวันออกกลางเพิ่มเติม ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมของสหรัฐฯ ในการโจมตีอิหร่าน
• สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงตึงเครียดหลังรัสเซียใช้โดรนโจมตีทางอากาศไปยังหลายภูมิภาคของยูเครน โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานเป็นหลัก ในแคว้น Sumy, Dnipropetrovsk, Kharkiv และ Chernihiv ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน ต.ค. 68 ที่ผ่านมา กำลังการผลิตไฟฟ้าของยูเครนได้รับความเสียหายรวม 8.5 กิกะวัตต์ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของการใช้ไฟฟ้าภายในประเทศยูเครน ขณะเดียวกัน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนเรียกร้องให้สหรัฐฯ เพิ่มมาตรการกดดันรัสเซียให้เข้มงวดมากขึ้น ภายหลังเหตุโจมตีดังกล่าว ทั้งนี้ ตลาดติดตามการจัดการประชุมไตรภาคี (Trilateral meeting) ระหว่างสหรัฐฯ รัสเซียและยูเครน ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 23-24 ม.ค. โดยล่าสุด นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เผยหลังการพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ นอกรอบการประชุม World Economic Forum ว่าการหารือแผนสันติภาพมีทิศทางเชิงบวกเพิ่มขึ้น อีกทั้งนายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ เดินทางไปยังรัสเซียเพื่อหารือกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแผนสันติภาพอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ผู้นำยูเครนออกมายอมรับว่า ประเด็นในเรื่องดินแดนของยูเครนยังคงเป็นประเด็นที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้
• นาย โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ ได้นำน้ำมันออกจากเวเนซุเอลาปริมาณ 50 ล้านบาร์เรล และขายน้ำมันบางส่วนในตลาด โดยบริษัท Vitol ของสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการเสนอขายน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาให้แก่อินเดียและจีน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า การผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ราว 900,000 บาร์เรลต่อวัน อาจปรับเพิ่มได้ถึง 30% ในระยะสั้นถึงกลาง หากมีการลงทุนและทำงานปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง โดยสหรัฐฯ ได้สนับสนุนให้บริษัทน้ำมันเอกชนของสหรัฐฯ เข้าลงทุนกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มงวด หลังจากเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 7 ในสัปดาห์ที่ ผ่านมา นับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปฏิบัติการปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรทั้งหมดจากการเข้าออกเวเนซุเอลาในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่าการส่งออกน้ำมันต้องได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้น
• FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 95.0% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50 -3.75% ในการประชุมวันที่ 27 -28 ม.ค. ทั้งนี้ นาย โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาคัดเลือกประธานเฟดคนใหม่ และอาจประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อภายในสัปดาห์นี้
• ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาที่อยู่อาศัย เดือน พ.ย. 68 อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ม.ค. 69 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ กำไรภาคอุตสาหกรรมของจีน เดือน ธ.ค. 68 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน ม.ค. 69
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (16 – 22 ม.ค. 69)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.36 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 59.84 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.13 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 64.46 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 23 ม.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 426 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับลดลงราว 0.1 ล้านบาร์เรล โดยการปรับเพิ่มนี้ส่งผลให้สต๊อกน้ำมันดิบแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 68 ขณะเดียวกัน สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยตัวเลขจีดีพีในไตรมาสที่ 4/68 อยู่ที่ระดับ 4.5 % ชะลอตัวลงจากไตรมาสที่ 3/68 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.8 % โดยเป็นอัตราการเติบที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่จีนยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดในช่วงปลายปี 2565 นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะยังคงเผชิญความท้าทายในปี 2569 เนื่องจากตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากภาคอสังริมทรัพย์และตลาดแรงงานที่ยังคงไม่ฟื้นตัว อีกทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งเดือนเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมาหลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อยุโรปส่งผลให้หุ้น พันธบัตร และดอลลาร์ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงหนุนหลังอุปทานน้ำมันดิบของคาซัคสถาน จะปรับตัวลดลงชั่วคราวจากการระงับการผลิตที่แหล่งน้ำมัน Tengiz และ Korolev อันเนื่องมาจากเหตุเพลิงไหม้ที่โรงไฟฟ้าในแหล่ง Tengiz ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบจ่ายไฟฟ้าบางส่วนของไซต์งาน นอกจากนี้การส่งออกน้ำมันดิบของคาซัคสถานยังคงเผชิญข้อจำกัดจากปัญหาในการส่งออกและการโจมตีด้วยโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเรือขนส่งในทะเลดำ สะท้อนจากปริมาณการส่งออกระหว่างวันที่ 1-12 ม.ค. 69 ที่ปรับลดลงร้อยละ 35 และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับลดลงร้อยละ 50
ข่าวเด่น