การตลาด
กรมพัฒนาธุรกิจฯ โชว์ผลงานไตรมาสสุดท้ายปี 2568 สกัดนอมินี - บัญชีม้า ปิดช่องโหว่ทุนเทา พร้อมงัดมาตรการเข้มปี 2569 ดุกว่าเดิม!


กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เอาจริง 'ล้างบางนอมินี-บัญชีม้า' เดินหน้าปราบปรามธุรกิจอำพรางอย่างเข้มข้น พบผู้เข้าข่ายกระทำผิดจำนวนมาก พร้อมรวมข้อมูลส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหนักตามกฎหมาย! พร้อมยกระดับมาตรการเชิงรุกในปี 2569 เต็มรูปแบบ เพื่อคืนความโปร่งใสให้ธุรกิจไทย

 
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามนอมินีบัญชีม้าซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่กำลังบิดเบือนโครงสร้างทางเศรษฐกิจและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย โดยกรมฯ ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี (ต.ค. - ธ.ค. 68) และแผนยกระดับมาตรการเชิงรุกในปี 2569

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “ผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามนอมินีบัญชีม้าแบ่งได้เป็น 2 ด้าน คือ ภารกิจเร่งด่วนปราบปรามนอมินีบัญชีม้า 3 เดือน (ต.ค. - ธ.ค. 68) ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 กรมฯ ได้ขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามนโยบาย ‘Quick Big Win’ ของกระทรวงพาณิชย์ โดยพุ่งเป้าตรวจสอบพบนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดได้แก่ ธุรกิจค้าเหล็ก สำนักงานบัญชี ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง ซึ่งได้ส่งเรื่องให้ บก.ปอศ. ดำเนินการแล้ว 11 ราย และส่งข้อมูลนิติบุคคลขนาดใหญ่ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง พร้อมผู้ถือหุ้นคนไทยที่มีความเสี่ยงเป็นนอมินีให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน 357 ราย (พื้นที่กทม. 323 ราย และต่างจังหวัด 34 ราย) นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก 12 ครั้ง ในพื้นที่สำคัญ อาทิ สุราษฎร์ธานี (สำนักงานบัญชี/วิลล่าหรู) สมุทรปราการ (ค้าเหล็ก) ชลบุรี (โรงงานอุตสาหกรรม) กระบี่ (บริษัทนอมินี) ราชบุรี (ล้งมะพร้าว) กรุงเทพมหานคร (ตลาดสายใต้เซ็นเตอร์ ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานใหญ่) และเชียงใหม่ (ธุรกิจท่องเที่ยว)

 นอกจากนั้น กรมฯ ยังได้ให้ความสำคัญกับนักบัญชีและสำนักงานบัญชีที่ถือเป็นต้นน้ำสำคัญของระบบธุรกิจไทยและมีความใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับธุรกิจตั้งแต่การยื่นขอจดทะเบียนนิติบุคคล การจัดทำบัญชีหรืองบการเงินให้แก่ธุรกิจ และให้คำปรึกษาทางธุรกิจ โดยเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 กรมฯ ได้จัดงานมหกรรมรวมพลังปราบนอมินี บัญชีม้า เสริมภูมินักบัญชีไทย รู้ทันธุรกิจผิดกฎหมาย โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักบัญชีเข้าร่วมงานถึง 1,625 ราย ซึ่งในงานดังกล่าวได้ดำเนินการสร้างเกราะความรู้และป้องกันไม่ให้ผู้ทำบัญชีตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพหรือให้ความร่วมมือในการกระทำผิดในอนาคต มากไปกว่านั้น  เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา กรมฯ ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรด้านบัญชี 8 แห่ง ประกอบไปด้วย สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ สมาคมสำนักงานบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีและกฎหมาย สมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย สมาคมสำนักงานสอบบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีตัวแทน (ประเทศไทย) และสมาคมนักบัญชีไทย ประกาศเจตจำนง ‘ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี ไม่สนับสนุนทุนเทา’ เพื่อสื่อสารตรงไปยังสมาชิกนักบัญชีทั่วประเทศให้ช่วยกันสกัดกั้นทุนเทาและมิจฉาชีพ ซึ่งจะเป็นด่านแรกที่ช่วยสกัดกั้นธุรกิจที่มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้นอมินีบัญชีม้า และการจดทะเบียนอำพรางให้ชาวต่างชาติ

ในส่วนของการป้องกันและปราบปรามบัญชีม้า กรมฯ ได้เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) และใช้ข้อมูลรายชื่อบุคคลเสี่ยงสูง (HR-03) ของสำนักงาน ปปง. เป็นกลไกคัดกรองทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อปิดช่องโหว่การจัดตั้งนิติบุคคลบัญชีม้า โดยผู้ที่มีรายชื่อใน HR-03 ต้องมาแสดงตนต่อหน้านายทะเบียนก่อนที่นายทะเบียนจะรับจดจัดตั้งนิติบุคคล

นอกจากนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง พุ่งเป้าเชิงลึกมากยิ่งขึ้น กรมฯ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามนอมินีบัญชีม้า ปี 2569 โดยยกระดับการทำงานเชิงรุก พุ่งเป้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น พร้อมใช้ระบบวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมของนิติบุคคล มาช่วยทำงานปราบปรามนอมินีบัญชีม้าให้แม่นยำ ครอบคลุม และตรงเป้ามากยิ่งขึ้น โดยจะเป็นเครื่องมือหลักในการคัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียน งบการเงิน และโครงสร้างผู้ถือหุ้น เพื่อระบุพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายนอมินีและบัญชีม้า อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยีดังกล่าวควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย โดยตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 กรมฯ ได้เริ่มใช้มาตรการเข้มข้น ‘4 คำสั่ง 2 ประกาศ’ เพื่อปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทาง อาทิ คัดกรองการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ให้เข้มงวด ในกลุ่มผู้ที่มีรายชื่อบุคคลเสี่ยงสูง (HR-03) หรือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13 ล้านราย ที่ต้องมาแสดงตัวตนและแสดงหลักฐานทางการเงินต่อหน้านายทะเบียน เพื่อยกระดับความโปร่งใสและลดโอกาสการแอบอ้าง การควบคุมการใช้ที่ตั้งซ้ำซ้อน และให้ผู้รับรองการจดทะเบียนต้องเห็นผู้ขอจดทะเบียนลงชื่อต่อหน้าจริงและยืนยันตัวตนผ่านระบบ ประกอบกับกรมฯ พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างต่อเนื่อง และขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงกว่า 2,000 ราย

“กรมฯ ยืนยันความมุ่งมั่นในการป้องกันและปราบปรามนอมินีและนิติบุคคลบัญชีม้าอย่างจริงจัง ซึ่งตั้งเป้าหมายคัดกรองกลุ่มเสี่ยงแบบเชิงลึก 21,459 ราย และตรวจสอบบัญชีงบการเงิน และกลุ่มเสี่ยงนอมินีและกลุ่มบุคคลในบัญชีม้า HR03 จำนวน 4,554 ราย เพื่อสร้างระบบธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม สกัดกั้นผู้ไม่สุจริต และเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย ให้สามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจโลก โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพและร่วมสร้างธุรกิจให้ขาวสะอาดต่อไป” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 26 ม.ค. 2569 เวลา : 18:23:40
27-01-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 27, 2026, 12:03 am