การค้า-อุตสาหกรรม
ดีพร้อม เดินเครื่องยกระดับมาตรฐานการผลิต ผปก.อุตฯ เกษตรแปรรูปสู่เกษตรอุตสาหกรรม หวังผลักดันสินค้า GI เมืองเพชรบุรี อัปเกรดขึ้นแท่นผลิตภัณฑ์พรีเมียมของไทย


 
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) โชว์ผลสำเร็จ การขับเคลื่อนและผลักดันภาคอุตสาหกรรมในเชิงพื้นที่ เดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเกษตรแปรรูป สู่เกษตรอุตสาหกรรม หนุนเสริมแกร่งมาตรฐานการผลิต พร้อมนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีใช้ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) หวังผลักดันสินค้า GI พื้นถิ่นเมืองเพชรบุรีเชื่อมโยงสู่ตลาดสากลในอนาคต

 
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปภาคอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปของไทย โดยเปลี่ยนจาก “เกษตรดั้งเดิม” สู่ “เกษตรอุตสาหกรรมมูลค่าสูง” (High Value Agro-Industry) ผ่านมาตรการส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานระดับสากล เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรแปรรูปไทยสามารถขยายตัวได้ในตลาดระดับสากล จึงได้สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปเป้าหมาย เพื่อยกระดับสู่เกษตรอุตสาหกรรมและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่สถานประกอบการและสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ดีพร้อม ให้การสนับสนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป จำนวน 538 กิจการ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ จำนวน 41 ผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 1,200 ล้านบาท

 
สำหรับจังหวัดเพชรบุรี นอกจากจะเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญ ยังเป็นแหล่งเพาะปลูกสินค้าเกษตรคุณภาพสูงและสินค้า GI ขึ้นชื่อหลายชนิด อาทิ มะนาวเพชรบุรี ชมพูเพชรสายรุ้ง ตาลโตนด และกล้วยหอมทอง ที่ผ่านมา ดีพร้อม ได้เข้าไปช่วยผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในพื้นที่พัฒนาและแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งนับว่าเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างยั่งยืน โดยการนำเทคโนโลยี "Deep Processing" มาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) รวมถึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ทั้งระบบซึ่งเน้น การเชื่อมโยงตั้งแต่ "ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ" เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน โดยร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในการยกระดับการจัดการวัตถุดิบให้มีคุณภาพสม่ำเสมอ และตรงตามความต้องการของโรงงานแปรรูป พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเข้ามาทดลองวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) โดยใช้เครื่องจักรทันสมัยโดยไม่ต้องลงทุนสูงในระยะแรกผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (Industrial Transformation Center: ITC) และส่งเสริมการใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อควบคุมมาตรฐานความสะอาด (HACCP/GMP) และลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต (Zero Waste) นอกจากนี้ ดีพร้อมยังให้การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปด้วยการให้คำปรึกษาแนะนำ อบรมและพัฒนากระบวนการผลิตให้มีมาตรฐาน เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับและสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค” นางสาวณัฏฐิญา กล่าว

 
ด้านนายวิวัฒน์ พริ้งจำรัส กรรมการผู้จัดการ หจก. เลม่อน โกลด์ (แอล.เอ็ม.จี) กล่าวว่า “มะนาว” ถือได้ว่า เป็นอีกหนึ่งสินค้าขึ้นชื่อของ จ.เพชรบุรี และเป็นสินค้า GI ของจังหวัด แต่ช่วงที่ผ่านมาได้ประสบกับปัญหามะนาวล้นตลาดและมีราคาตกต่ำในช่วงฤดูกาล พอขายไม่ออกก็ต้องทิ้งมะนาวเป็นจำนวนมาก เลยเป็นที่มาของแนวคิดการแปรรูป มะนาวสด โดยรับซื้อมะนาวจากชาวเกษตรกรในพื้นที่อำเภอท่ายางและพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมะนาวสด 100% ด้วยวิธีการคั้นน้ำมะนาวส่งร้านอาหาร และค่อยเพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ อาทิ กลุ่มโรงงานผลิตอาหารในกรุงเทพฯ และเพชรบุรี ต่อมาเปิดรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับคนที่ต้องการจะนำไปขายต่อด้วย ซึ่งปัจจุบันเลอมอนโกลด์รับจ้างผลิตน้ำมะนาวแช่แข็งให้กับตลาดโมเดิร์นเทรด จำนวน 10 ตัน/เดือน และจำหน่ายไปยังร้านอาหาร/แฟรนไชส์ทั่วประเทศผ่านตัวแทนจำหน่าย และช่องทางตลาดออนไลน์ นอกจากนี้ เลมอนโกลด์ ยังได้นำเปลือกมะนาวและมะนาวส่วนเกินจากกระบวนการผลิตน้ำมะนาวแช่แข็ง มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ด้วยการสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาทิ สเปรย์บำรุงผิว (Facial Mist) สเปรย์พ่นปาก (Mouth Spray) สเปรย์แอลกอฮอล์ผสมสารสกัดจากเปลือกมะนาว ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับเปลือกมะนาวเหลือทิ้งและเป็นการจัดการกากขยะ (Waste) จากอุตสาหกรรมสอดรับกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.เพชรบุรี มีช่องทางในการจำหน่ายผลผลิตมะนาวเข้าสู่ตลาดและกระบวนการผลิตน้ำมะนาวมากขึ้น อันเป็นการเพิ่มมูลค่าและห่วงโซ่คุณค่าของมะนาวของเมืองเพชรอีกด้วย

 
 
โดยที่ผ่านมา เลม่อน โกลด์ ได้รับการส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ รวมถึง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่เข้ามาช่วยให้ทักษะและองค์ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากผลผลิตทางการเกษตร ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากของเหลือในกระบวนการผลิต (Zero Waste Product) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ และสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ “สเปรย์มะนาวลดกลิ่นเท้า (Lemon Foot spray) โดยเพิ่มส่วนผสม ของสมุนไพรที่ช่วยกำจัดกลิ่น ลดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถลดของเสียและเพิ่มมูลค่าได้กว่า 200% และวางแผนจำหน่ายเบื้องต้นภายในประเทศผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ ยังได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมในการขอรับรองมาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร ISO22000: 2018 เพื่อเป็นการยกระดับความเชื่อมั่นด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์น้ำมะนาวแท้แปรรูป เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง อันจะส่งผลอัตราการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 14.20 ทั้งนี้ ในปี 2569 นี้ เลมอน โกลด์ สนใจเข้าร่วมโครงการ Upcycling for Sustainable Lifestyle ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้มีการนำเศษวัสดุหรือของเหลือใช้ในอุตสาหกรรมวัสดุในท้องถิ่นหรืิอวัสดุรีไซเคิลมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ (Upcycling Products) ที่เพิ่มมูลค่าสูง และตรงกับความต้องการของตลาด โดยอาศัยกระบวนการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเลมอน โกลด์ มีความสนใจที่จะต่อยอดการนำเปลือกมะนาวจากกระบวนการผลิตมาเข้ากระบวนการเพื่อต่อยอดเป็นหนังเทียมจากเปลือกมะนาว และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่อไปอีกด้วย นายวิวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
 
 
 
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 01 ก.พ. 2569 เวลา : 20:03:06
02-02-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 2, 2026, 12:30 am