เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ "เงินบาทอ่อนค่า แต่ดัชนีหุ้นไทยปิดบวกเป็นสัปดาห์ที่ 4"


สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

· เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน

เงินบาททยอยอ่อนค่าลง โดยมีแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลกและการอ่อนค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่ Sentiment ของเงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องเนื่องจากตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับประเด็นความเป็นอิสระของเฟดลงบางส่วน หลังปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อนายเควิน วอร์ช เป็นประธานเฟดคนถัดไปต่อจากนายเจอโรม พาวเวลที่จะหมดวาระลงในเดือนพ.ค. นี้

เงินบาทยังคงผันผวนในกรอบอ่อนค่าตามการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลกระหว่างสัปดาห์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือนที่ระดับ 31.889 บาทต่อดอลลาร์ฯ (อ่อนค่าสุดนับตั้งแต่ 11 ธ.ค. 2568) ก่อนจะทยอยฟื้นตัวแข็งค่ากลับมาได้บางส่วนเช่นเดียวกับเงินเยนซึ่งมีแรงหนุนจากแรงซื้อคืนเพื่อปรับโพสิชั่นก่อนการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ 8 ก.พ. นี้ นอกจากนี้ แรงขายในตลาดทองคำที่ชะลอลงบางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ก็เป็นปัจจัยบวกต่อค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน

 
· ในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.48 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (30 ม.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 2-6 ก.พ. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 10,518 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 6,921 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 6,931 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 10 ล้านบาท)

· สัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-13 ก.พ. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.30-32.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การตอบรับของตลาดต่อผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก และสัญญาณดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคานำเข้าและส่งออกเดือนธ.ค. ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน ตัวเลขการคาดการเงินเฟ้อในมุมมองของผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ของจีน และจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

· ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

SET Index ย่อตัวลงเล็กน้อยช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางการคาดการณ์ว่า นายเควิน วอร์ชที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานเฟดคนถัดไปอาจไม่รีบลดดอกเบี้ย โดยมีแนวโน้มที่จะทยอยผ่อนคลายนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในเวลาต่อมาท่ามกลางแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นในกลุ่ม ICT (หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ดีกว่าคาดและมีประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษ) รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกในระหว่างสัปดาห์จากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงสั้น ๆ ในเวลาต่อมา ตามแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่ม TECH ก่อนจะขยับขึ้นอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีที่ระดับ 1,361.52 จุดตามแรงซื้อของต่างชาติก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของไทยในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้

 
 
· ในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,354.01 จุด เพิ่มขึ้น 2.14% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 51,762.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.69% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.35% มาปิดที่ระดับ 208.55 จุด

สัปดาห์ถัดไป (9-13 ก.พ. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,330 และ 1,305 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,375 และ 1,400 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นการเมืองในประเทศ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบจ.ไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนม.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ของจีน ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ของญี่ปุ่น รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของยูโรโซน 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 ก.พ. 2569 เวลา : 19:25:41
07-02-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 7, 2026, 7:34 pm