ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยว่า ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการที่พรรคภูมิใจไทย กวาดที่นั่งได้มากกว่า 190 ที่นั่ง ถือเป็นปรากฏการณ์ "Blue Wave" ที่เหนือความคาดหมาย ซึ่งจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเมืองไทย
"ภาพรวมหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ลดความเสี่ยงเรื่องรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือมีเสียงแตก โดยเรามองเห็นโอกาสการเกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดความไม่แน่นอน และเอื้อต่อการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจในระยะกลาง" ดร.พิพัฒน์ กล่าว
สำหรับผลกระทบด้านการลงทุน KKP วิเคราะห์ไว้ 3 ประเด็น:
SET Index มุ่งหน้า 1,400-1,450 จุด: ตลาดกำลังตอบรับเชิงบวกต่อความชัดเจนทางการเมือง (Relief Rally) คาดเห็นดัชนีทดสอบระดับ 1,450 จุดได้ไม่ยากภายใน 1 เดือนนี้ โดยมีกลุ่ม ก่อสร้าง, พลังงาน, ค้าปลีก และการเงิน เป็นกลุ่มนำตลาด แต่ในระยะยาว ตลาดคาดหวังจะเห็นนโยบายปฏิรูปที่ยกระดับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และช่วยแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ
ค่าเงินบาทแข็งค่าจาก Fund Flow: เสถียรภาพทางการเมืองจะช่วยดึงดูดเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น หนุนให้ค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้น แต่ในระยะยาวต้องรอดูการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
จับตาวินัยการคลัง: แม้ความเชื่อมั่นจะหนุนให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวขยับขึ้น แต่หากรัฐบาลใหม่เน้นการใช้จ่ายที่รัดกุมและหลีกเลี่ยงนโยบายประชานิยมที่สุดโต่ง จะช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านการคลังและรักษาเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้ไว้ได้
สรุป: ในระยะสั้นเราอยู่ใน Best-case scenario แต่การจะรักษาโมเมนตัมขาขึ้นไปให้ไกลกว่า 1,450 จุด รัฐบาลจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงนโยบายกระตุ้นการเติบโต (Pro-growth) ที่ชัดเจนและทำได้จริง
ข่าวเด่น