
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.5% YoY และพลิกกลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.9% QoQ ส่งผลให้สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคได้ และทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 2.4% สูงกว่า 2.0% ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้
GDP ไตรมาส 4/2568 ขยายตัวสูงกว่าคาดที่ 2.5% และสูงกว่าที่ KResearch ประเมินไว้ที่ 0.8%YoY ในขณะที่ Consensus อยู่ที่ 1.3% YoY โดยมีประเด็นดังนี้
• การเร่งซื้อยานยนต์ก่อนมาตรการ EV 3.0 จะหมดอายุสิ้นปี 2568 และมาตรการภาครัฐหนุนการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเร่งและสูงกว่าคาดที่ 3.3% YoY โดยโครงการคนละครึ่งพลัสและเติมเงินบัตรสวัสดิการ รวมถึง โครงการเที่ยวดีมีคืน 2568 หนุนการใช้จ่ายครัวเรือน สะท้อนจากรายจ่ายในหมวดอาหาร เครื่องดื่ม และร้านอาหาร ที่พักแรม มี contribution ต่อการเติบโตของการบริโภคเอกชนในไตรมาส 4/2568 ถึง 1.5% ในขณะที่รายจ่ายในหมวดยานยนต์ มี contribution สูงถึง 1.0%
• การลงทุนเอกชนไตรมาส 4/2568 เร่งตัวอย่างมาก และมีส่วน contribution ต่อ GDP ถึง 1.2% การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวที่ 6.5% YoY โดยการก่อสร้างภาคเอกชนพลิกกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส นำโดยการก่อสร้างโรงงาน ประกอบกับการลงทุนในเครื่องจักรก็ขยายตัวเร่งขึ้น โดยส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากมาตรการ “FastPass” ของภาครัฐที่เข้ามาช่วยดึงดูดและเร่งรัดการลงทุน
• ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมพลิกกลับมาขยายตัว ดันระดับสินค้าคงคลังให้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมได้รับแรงหนุนจากการส่งออก การบริโภคและการลงทุนในประเทศที่ขยายตัวได้ดี อีกทั้งสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยยังช่วยให้ผลผลิตภาคเกษตรเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า
• การส่งออกขยายตัวสูงนำโดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี การนำเข้าเร่งตัวมากกว่าการส่งออก ส่งผลให้ดุลการค้า (ฐานดุลบัญชีเดินสะพัด) ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาอยู่ที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี และลดลงจากไตรมาส 4/2567 ที่อยู่ที่ราว 6.5 พันล้านดอลลาร์ฯ อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นตัวกดดัน GDP ในไตรมาส 4/2568
รูปที่ 1: เศรษฐกิจในไตรมาส 4/2568 ขยายตัวดีกว่าคาดที่ 2.5%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ทบทวนตัวเลข GDP ปี 2569 โดยปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นจาก 1.6% มาอยู่ที่ 1.9% จากโมเมนตัมการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มดีกว่าคาด พร้อมทั้งปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การส่งออกและนำเข้า แต่ภาพรวมดุลการค้าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
• การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวสูงขึ้นที่ 1.8% หลังโมเมนตัมการลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 4/2568 ขยายตัวสูงกว่าคาด ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มมุมมองการลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการทยอยเข้ามาของเงินลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center และอิเล็กทรอนิกส์ ท่ามกลางพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ที่เริ่มตึงตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการเร่งประกาศแผนขยายเฟสใหม่และพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงมุมมองว่าเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center จะเป็นการทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่องในลักษณะกระจายตัวหลายปี ท่ามกลางปัญหาคอขวดด้านพลังงานไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่ยังมีอยู่
• การส่งออกไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวที่ 1.6% จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว -1.2% โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจาก
กระแสการลงทุน AI และ Data Center ทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้อุปสงค์ในสินค้าประเภท IC และอุปกรณ์ Telecom ยังคงขยายตัวได้ดีกว่าที่เคยประเมิน
การประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้า 25% ตามมาตรา 232 ของสหรัฐฯ สำหรับ Semiconductor ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อไทย เนื่องจากมาตรการดังกล่าวมุ่งเน้นเฉพาะกลุ่มชิป AI ขั้นสูงที่ไทยไม่ได้เป็นฐานการผลิต ส่งผลให้ในภาพรวมคาดว่าการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จะขยายตัวได้เกิน 10% ในปีนี้
อย่างไรก็ตาม แม้การส่งออกจะเร่งตัวขึ้น แต่การนำเข้าก็มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร ส่งผลให้ภาพรวมดุลการค้าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
• ผลการเลือกตั้งช่วยลดความเสี่ยงทางการเมืองจากการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้า และความต่อเนื่องของนโยบายช่วยหนุนเชื่อมั่น แต่ผลดังกล่าวต่อ GDP ไทยในปีนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมของนโยบายรัฐบาล
กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลมีแนวโน้มเสร็จสิ้นได้ภายในเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2569 ซึ่งจะช่วยหนุนให้งบประมาณปี 2570 มีแนวโน้มบังคับใช้ได้ทันภายในไตรมาสที่ 4 ตามที่ประเมินไว้
โครงการหลักอย่าง คนละครึ่งพลัส เฟส 2 คาดว่าจะเริ่มได้ทันทีหลังจัดตั้งรัฐบาล โดยใช้แหล่งเงินจากงบกลางปี 2569 ราว 30,000 ล้านบาท และอาจขยายเฟสต่อเนื่องไปใช้งบปี 2570 อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินดังกล่าวได้ถูกรวมไว้ในประมาณการแล้ว
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของนโยบายรัฐบาล เมื่อเข้ารับตำแหน่ง
• ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงและเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ จาก
การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐชะลอตัว เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากการขาดแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ที่ต้องเลื่อนออกไป ประกอบกับปัจจัยฐานสูงจากในช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีมาตรการลดหย่อนภาษี และการแจกเงินผู้สูงวัย
จำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาสแรกคาดว่าจะยังคงหดตัวจากปัจจัยฐานสูง ก่อนจะทยอยฟื้นตัวและกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป
การส่งออกในไตรมาส 1/2569 จะยังมีแนวโน้มขยายตัวสูง แต่คาดว่าการนำเข้าจะเร่งตัวขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ดุลการค้ามีแนวโน้มปรับลดลงเมื่อเทียบกับฐานที่สูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์ฯ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
รูปที่ 2: ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี
ข่าวเด่น