
คาดตลาดมีช่วงแกว่งขึ้น แนวโน้ม Fund Flow กลับเข้ามาอีกครั้งหลังชะลอลงไปหนุน การเมืองคาดว่าจะมีโอกาสมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงต่อจากนี้ ด้าน GULF ประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษ รวมเงินปันผลทั้งหมด 3.25 บาท/หุ้น มีโอกาสหนุน SET ในช่วงเปิด ปัจจัยภายนอก คืนนี้ติดตาม FOMC คาดว่าเฟดยังคงดอกเบี้ยต่อในครึ่งแรกของปี 2569 ทางเทคนิค ตลาดกลับมาขึ้นหลังผ่าน 1445-1450 มีแนวต้านถัดไป 1470/1485 ที่อาจชะลอสั้น
ประเด็นสำคัญ
• สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงทั่วไปและกรอบเจรจาโครงการนิวเคลียร์ ก่อนจะเจรจาในรายละเอียดในรอบถัดไป ส่วนการเจรจาสหรัฐฯ-รัสเซีย-ยูเครนได้เริ่มต้นเป็นวันแรก สหรัฐฯ เสนอยูเครนยอมละทิ้งดินแดนที่รัสเซียถือครอง แลกกับหลักประกันด้านความมั่นคง
• จำนวน นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนที่ 882,556 คน ขยายตัว 11%WoW และพลิกขยายตัว 13%YoY เป็นสัปดาห์แรกนับตั้งแต่ มี.ค. 2568 จาก นทท. จีนที่เร่งตัวขึ้นถึง 32%WoW และ 107%YoY และคาดจะต่อเนื่องถึงช่วงตรุษจีนในสัปดาห์นี้ มองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงแรม (ERW AWC) และกลุ่มสายการบิน (AOT AAV)
• พยากรณ์ของ NOAA และ ECMWF บ่งชี้สอดคล้องกันว่าโลกได้ออกจาก La Nina และเข้าสู่ภาวะ Neutral แล้ว และมีแนวโน้มจะเกิด El Nino ช่วง พ.ค. 2569 และอาจรุนแรงต่อเนื่องถึงช่วงต้นปี 2570 ทำให้ไทยมีโอกาสเผชิญคลื่นความร้อนสูงกว่าปกติ มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มเครื่องดื่ม (OSP CBG HTC)
• ธปท. เผยสินเชื่อใน ธพ. ใน 4Q68 หดตัว 1.1%YoY จากสินเชื่อ SMEs และอุปโภคบริโภค ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ชะลอลงเล็กน้อย ด้านคุณภาพสินเชื่อปรับดีขึ้น โดย NPL Stage 3 ลดลงสู่ 5.36 แสนลบ. หรือ 2.8% ของสินเชื่อรวม สะท้อนการปรับโครงสร้างหนี้เริ่มเห็นผล
• ครม. เห็นชอบแผนความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงานและ IEA เพื่อเสริมศักยภาพด้านพลังงานไทยในระยะ 2 ปี ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสถิติพลังงาน, การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ, การขยายและเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่ RE และการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1400–1485 จุด ดัชนีปรับขึ้นรับความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งถือว่า Outperform ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดีมอง Valuation SET ยังน่าสนใจ โดยปัจจุบันมี PER 2569F ที่ 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16 เท่าของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งหากความคาดหวังการเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ดึงดูด Fund Flow ไหลเข้าได้ต่อเนื่อง มองมีโอกาส SET จะปรับขึ้นไปบริเวณ 1500 จุดได้ ขณะที่การทยอยประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector รวมทั้งความผันผวนจากนโยบายต่างประเทศของ ปธน. ทรัมป์ ต่อภูมิรัฐศาสตร์ (ตะวันออกกลาง-ยุโรป) และสงครามการค้ากับจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามและมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET จะพักตัวหลังปรับขึ้นมา ติดตามการประกาศงบ 4Q68 และนโยบายต่างประเทศ-ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา ใน 2 ธีมหลักและ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play คาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ BGRIM CHG PRM
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI
3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และราคาหุ้นยังปรับขึ้น YTD น้อยกว่า SET แนะนำ กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มพลังงานสะอาด (GPSC GUNKUL BANPU) กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC TNP) และกลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS CENTEL ERW) 2) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL HMPRO SAWAD BDMS 3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT TOP SPRC และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์เม็ดเงินไหลเข้าหลัง MSCI Rebalance ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ราคาปิดวันที่ 27 ก.พ. 2569 แนะนำหุ้นที่จะเข้า MSCI Global Small Cap อย่าง CRC IVL JTS ขณะที่ระมัดระวัง CPAXT ที่ออกจาก MSCI Global standard และ HANA JMT M PLANB ที่ออกจาก MSCI Global Small Cap
Daily Top Picks
MTC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นหลังเผยกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 1.8 พันลบ. (+16%YoY และ +3%QoQ) ดีตามคาด และคาดจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 ราว 16% แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม จากการเติบโตของสินเชื่อ (คาด +11%) และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ด้าน Valuation น่าสนใจ ด้วย PEG 2569F ที่ 0.68 เท่า เป้าหมายระยะสั้น 42.00 บาท
CENTEL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการประกาศความร่วมมือกับ OR เพื่อดำเนินธุรกิจ Budget Hotel ช่วยเร่งการขยายพื้นที่สู่เมืองรองได้รวดเร็วขึ้น และจำนวน นทท. จีนที่เดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงตรุษจีน คาดกำไรสุทธิ4Q68 จะเติบโต QoQ และกำไรปกติในปี 2569 จะพลิกขยายตัว 16% เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.00 บาท
ข่าวเด่น