เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "Flow หนุน แต่มีโอกาสผันผวนมากขึ้น"


คาดตลาดมีช่วงแกว่งขึ้น แต่ระวังการชะลอตัวสั้นตามแนวต้าน แนวโน้ม Fund Flow ยังไหลเข้าต่อ ประเด็นทางการเมืองรอการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ส่วนเรื่องบาร์โค้ดต้องจับตาหลัง ปัจจัยภายนอก ติดตามสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านหรือไม่ หลังสหรัฐฯ ขู่เปิดปฏิบัติการทหารภายใน 10 วัน หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลง หากบานปลายอาจกดดันจิตวิทยาการลงทุน แต่ช่วงสั้นหนุนหุ้นพลังงาน ทางเทคนิค การขึ้นต่อระวังการชะลอสั้นที่ 1505/1520 แม้ระยะกลางเป็นบวก

ประเด็นสำคัญ

• วานนี้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อเป็นวันที่ 2 ราว 1.9% จากกังวลสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังทั้งสองฝ่ายได้ขู่จะใช้กำลังทหาร สร้างความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันที่ผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งคิดเป็น 20% ของอุปทานโลก มองเป็นบวกระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP PTT TOP SPRC

• กรมอุตุฯ เตือนไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ก.พ. ไปจนถึงช่วงกลาง พ.ค. 69 และคาดปีนี้อากาศจะร้อนกว่าในปี 2568 จากปรากฎการณ์ El Nino สอดคล้องกับที่ NOAA พยากรณ์ไว้ มองอากาศร้อนจัดเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มเครื่องดื่มและค้าปลีกอย่าง OSP CBG CPALL จากความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น

• วันนี้ติดตามศาลฎีกาสหรัฐฯ มีกำหนดออกนั่งบัลลังก์ หลังจากพักพิจารณาในฤดูหนาวว่าจะมีการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้าของ ปธน. ทรัมป์ หรือไม่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เผยภาวะขาดดุลการค้า ใน ธ.ค. 68 พุ่งขึ้น 33% สู่ 7.03 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าตลาดคาด 

• รมว. พาณิชย์เผยไทยยังคงเดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ต่อเนื่องเพื่อหาข้อสรุป รวมถึงการทำข้อตกลงภาษีตอบโต้ (ART Text) แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังรอความเห็นชอบในระดับนโยบาย หากรัฐบาลไทยจัดตั้งได้ตามกำหนด คาดจะสามารถได้ข้อสรุปได้ภายใน ก.ค. 69

• IMF คงประมาณการเติบโตเศรษฐกิจจีนปี 2569 ที่ 4.5% ตามเดิม แม้ได้เตือนถึงความเสี่ยงอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และได้แสดงความคิดเห็นว่าจีนควรเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ในประเทศ และลดการพึ่งพาการส่งออก

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1400–1485 จุด ดัชนีปรับขึ้นรับความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งถือว่า Outperform ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดีมอง Valuation  SET ยังน่าสนใจ โดยปัจจุบันมี PER 2569F ที่ 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16 เท่าของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งหากความคาดหวังการเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ดึงดูด Fund Flow ไหลเข้าได้ต่อเนื่อง มองมีโอกาส SET จะปรับขึ้นไปบริเวณ 1500 จุดได้ ขณะที่การทยอยประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector รวมทั้งความผันผวนจากนโยบายต่างประเทศของ ปธน. ทรัมป์ ต่อภูมิรัฐศาสตร์ (ตะวันออกกลาง-ยุโรป) และสงครามการค้ากับจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามและมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

ช่วงสั้นมอง SET จะพักตัวหลังปรับขึ้นมา ติดตามการประกาศงบ 4Q68 และนโยบายต่างประเทศ-ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา ใน 2 ธีมหลักและ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play คาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี ได้แก่ BGRIM CHG PRM  

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) ได้แก่ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) ได้แก่ BAM KBANK SAT THANI

3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และราคาหุ้นยังปรับขึ้น YTD น้อยกว่า SET ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มพลังงานสะอาด (GPSC GUNKUL BANPU) กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC TNP) และกลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS CENTEL ERW) 2) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี ได้แก่ CENTEL CPALL HMPRO SAWAD BDMS 3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว ได้แก่ PTTEP PTT TOP SPRC และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์เม็ดเงินไหลเข้าหลัง MSCI Rebalance ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ราคาปิดวันที่ 27 ก.พ. 2569 ได้แก่หุ้นที่จะเข้า MSCI Global Small Cap อย่าง CRC IVL JTS ขณะที่ระมัดระวัง CPAXT ที่ออกจาก MSCI Global standard และ HANA JMT M PLANB ที่ออกจาก MSCI Global Small Cap

Daily Top Picks

TRUE: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากกำไรปกติ 4Q68 ที่เติบโตสูงกว่าคาดมาก หนุนจากรายได้ที่เติบโต ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เริ่มฟื้นตัว และควบคุมต้นทุนได้ดี และได้ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 2568 ที่ 0.12 บาท/หุ้น สูงกว่าประมาณการไว้ ส่วนในปี 2569 กำไรปกติคาดจะเติบโตอีก 22% เป้าหมายระยะสั้น 14.60 บาท

TIDLOR: ปัจจัยกระตุ้นจากผลประกอบการที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากการเติบโตของสินเชื่อในปี 2569 มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นสู่ 5-10% จากสินเชื่อรถบรรทุก, NIM ที่กว้างขึ้น และ Credit Cost ที่ลดลงจากปีก่อน โดยคาดการณ์กำไรปี 2569 จะเติบโต 13% เป้าหมายระยะสั้นที่ 21.00 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 ก.พ. 2569 เวลา : 11:13:20
20-02-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 20, 2026, 11:23 pm