เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "รีบาวด์กลับ การสู้รบ ตอ. กลางเริ่มคลี่คลาย"


คาด SET รีบาวด์ฟื้นตัว สถานการณ์สู้รบใน ตอ. กลางเริ่มคลี่คลายหลังมีข่าวอิหร่านส่งสัญญาณเจรจาเพื่อยุติสงคราม ราคาน้ำมันร่วงกดด้นหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่น่าจะได้แรงหนุนจากหุ้นใหญ่กลุ่มอิเล็กฯ ตามหุ้น Tech สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้น อีกทั้งต่างชาติซื้อสุทธิบ่งชี้เม็ดเงินยังไม่ไหลออก วันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ ก.พ. ของไทย ทางเทคนิคแท่งเทียนทำรูปแบบ hammer ที่แนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน เป็นสัญญาณกลับตัวเบื้องต้น ประเมินแนวต้าน 1435/1465 แนวรับ 1385/1370 จุด

ประเด็นสำคัญ

• ทรัมป์รับรองความปลอดภัยการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz โดยจะมีกองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันและหน่วยงานเพื่อการค้าและพัฒนาของสหรัฐฯ รับประกันภัย มองจะช่วยลดความผันผวนราคาพลังงานได้เล็กน้อย เนื่องจากยังไม่เห็นความตึงเครียดจะมีท่าทีผ่อนคลายลง

• รมว. คลังสหรัฐฯ เผยว่าอัตราภาษีศุลกากรต่อทั่วโลกตาม Section 122 ในอัตรา 15% จะมีผลบังคับใช้ภายในสัปดาห์นี้เป็นเวลา 5 เดือน และภายในปีนี้คาดว่าอัตราภาษีศุลกากรในระดับก่อนมีคำสั่งจากศาลสูงสหรัฐฯ จะกลับมาบังคับใช้ตามเดิม ประกอบกับบาทที่เริ่มอ่อนค่า เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มส่งออก (TU ITC DELTA)

• โฆษกสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) เผยจีนเตรียมเพิ่มการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพสูงและสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ในภาคบริการ และรัฐบาลจะส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณภาพ เพิ่มรายได้ให้ประชาชนในเมืองและชนบท เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศและสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ ติดตามการประชุมสองสภาของจีนที่มีขึ้นระหว่าง 4-11 มี.ค. 69

• ภาครัฐหารือกับภาคเอกชนเตรียมรับความผันผวนด้านพลังงาน ราคาสินค้า และการขนส่งจากสถานการณ์ตะวันออกกกลาง ได้ข้อสรุปว่า ก. คลังและพลังงานจะร่วมดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมัน, สั่งเร่งการผลิตก๊าซฯ ในอ่าวไทยและสั่งซื้อ LNG จากแหล่งอื่น และนำเข้าไฟฟ้าจากลาว และจะใช้กลไกการค้าภายในป้องการการฉวยโอกาสขึ้นราคา

• วานนี้ตลาดหุ้นไทยเกิด Circuit Breaker ระดับที่ 1 หลังดัชนีปรับลงถึงระดับ -8% โดยระหว่างวันปรับลงมากถึง -125 จุด ก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับระหว่างวัน ทำให้ลดช่วงลบเหลือ -82 จุด ปิดที่ระดับ 1384.61 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกถูกกดดันและผันผวนสูงจากวิกฤติตะวันออกกลางรอบใหม่ ทำให้มีการโยกเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำและโลหะเงินปรับขึ้น, USD แข็งค่ามาก และ Bond Yield ปรับลง เพราะกลัว ศก. ถดถอย INVX มองมีโอกาสสูงที่สถานการณ์จะยืดเยื้อแต่ไม่ลุกลาม ทำให้ SET เกิดภาวะ Risk off จากกังวลต้นทุนพลังงานทรงตัวสูง ปัจจัยชี้ขาดที่ต้องติดตามใกล้ชิด คือ 1) ปฏิบัติการของช่องแคบฮอร์มุซจะกลายเป็นการปิดกั้นที่ยืดเยื้อหรือไม่ 2) ระดับการแทรกแซงของจีนและรัสเซียซึ่งอาจกำหนดทิศทางของความขัดแย้งได้อย่างสิ้นเชิง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “ปรับพอร์ตเพื่อ Hedging (ป้องกันความเสี่ยง) และเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

ช่วงสั้นมอง SET ปรับตัวลงจากเกิดภาวะ Risk off หลังเผชิญความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “ปรับพอร์ตเพื่อ Hedging และเก็งกำไรกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้” ดังนี้ 

1. หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT BCP เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) พอร์ตลงทุนตามราคาน้ำมันที่คาดจะปรับขึ้นและทรงตัวสูง

2. หุ้นกลุ่มเดินเรือ ได้แก่ PSL TTA RCL PRM  ซึ่งจะได้ Sentiment บวกจากค่าระวางเรือสูงขึ้น เนื่องจากหากเส้นทางเดินเรือต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปเพื่อเลี่ยงตะวันออกกลาง ระยะเวลาเดินเรือจะนานขึ้น ทำให้อุปทานเรือขาดแคลน

3. ตั้งรับหุ้น Defensive ที่มี Pricing Power สูงและรายได้อิงในประเทศเป็นหลัก หากราคาปรับลงแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ ADVANC TRUE BEM CHG

4. หุ้นต่างประเทศที่ได้ผลบวก ได้แก่ กลุ่ม Defense อาทิ RTX.US LHX.US LMT.US ส่วนกองทุน ได้แก่ DAOL-DEFENSE, ETF เทียบเคียง Global X Defense Tech ETF (SHLD)

5. กองทุนทองคำ ได้แก่ K-GOLD-A(A),  ETF ทองคำ SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM) 

ขณะที่แนะนำลดน้ำหนักหรือหลีกเลี่ยงสำหรับ 1) กลุ่มที่ต้นทุนจะปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน อาทิ ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ 2) กลุ่มที่พึ่งพาฐานลูกค้าตะวันออกกลาง อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว และรพ. ระดับบน และ 3) กลุ่มที่มีหนี้ต่างประเทศสูงจากบาทอ่อน อาทิ กลุ่มสายการบิน 

ทั้งนี้แนะนำให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยหากสงครามมีท่าทียืดเยื้อบานปลายต้องเตรียมลดพอร์ตเพื่อถือเงินสดเพิ่ม (Cash is King) โดย SET มีโอกาสปรับลง -5% ถึง -10% (อิงสถิติในอดีตที่สถานการณ์ยืดเยื้อลุกลาม) ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact ในหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำและเดินเรือที่ปรับขึ้นมา ดังนั้นการเข้าเก็งกำไรสั้นจึงต้องมีวินัยสูงและควรตั้งจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำไรไว้เสมอ

Daily Top Picks

GULF: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนก๊าซฯ ที่ปรับลงในปี 69 จะทยอยรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตใหม่ 695MW และ Capacity Payment ในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น และเงินปันผลในระดับสูงจาก KBANK หลังเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น และคาดมี Upside จากมาตรการ Direct PPA และ PDP2026 หลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ เป้าระยะสั้น 56.00 บาท

TRUE: ปัจจัยกระตุ้นจากการดำเนินธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่อปัจจัยภายนอกจำกัด และผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เริ่มฟื้นตัว หลังจำนวนผู้ใช้บริการใหม่สุทธิพลิกบวกใน 4Q68 ARPU มีโมเมนตัมแข็งแกร่งต่อเนื่อง และต้นทุนคลื่นที่ลดลงจากการประมูล เป้าระยะสั้น 13.70 บาท
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 มี.ค. 2569 เวลา : 11:44:20
05-03-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 5, 2026, 5:52 pm