ประกัน
คปภ. เปิดหลักสูตร "PRIME รุ่นที่ 1" สร้างผู้เชี่ยวชาญบริหารความเสี่ยงและวางแผนประกันภัยยกระดับ Insurance Community รองรับความเสี่ยงโลกยุคใหม่


เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.)   จัดพิธีเปิดการศึกษาอบรม หลักสูตรผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความเสี่ยงและวางแผนด้านการประกันภัย (Professional Risk and Insurance Management Expert Program : PRIME) รุ่นที่ 1 โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ผู้บริหารสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน สื่อมวลชน และผู้รับการอบรม เข้าร่วมในพิธี ณ สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร
 
 
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติขนาดใหญ่ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการบริหารความเสี่ยงไม่ใช่เรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และในบริบทเช่นนี้ ระบบประกันภัยจึงมีบทบาท “ถ้าประกันภัยคือเครื่องมือบริหารความเสี่ยงของประเทศ คนกลางประกันภัยก็คือ Risk Advisor ของสังคม” เพราะบทบาทของคนกลางประกันภัยในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงผู้เสนอขายกรมธรรม์ แต่คือผู้ที่ช่วยให้ประชาชนและ  ภาคธุรกิจสามารถเข้าใจ ประเมิน และบริหารความเสี่ยงของชีวิตและธุรกิจได้อย่างเหมาะสม ซึ่งหลักสูตร PRIME เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. กับสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากร  ในอุตสาหกรรมประกันภัยให้ก้าวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยงและการวางแผนประกันภัยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้สามารถตอบโจทย์ความท้าทายในโลกยุคใหม่
 
 
 
ทั้งยังสอดคล้องกับสำนักงาน คปภ. ได้ประกาศใช้แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่5 (พ.ศ. 2569 - 2573) ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า ระบบประกันภัยเป็นกลไกผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจและการจัดการความเสี่ยงภัยของประเทศ ซึ่งมุ่งยกระดับระบบประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส ทันสมัย และสามารถรองรับความเสี่ยงของโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือ การสร้าง Insurance Community เพื่อพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมประกันภัยอย่างเป็นระบบ และยกระดับมาตรฐานวิชาชีพของคนกลางประกันภัยให้เทียบเท่าระดับสากล โดยหลักสูตรดังกล่าวได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายหน่วยงานร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ อาทิ สำนักงาน คปภ. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เช่น เศรษฐกิจระหว่างประเทศ การบริหารความเสี่ยง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ AI & Digital Transformation เป็นต้น
 
 
การอบรมครั้งนี้ได้รับการออกแบบให้พัฒนาความรู้และทักษะเชิงลึกในหลากหลายมิติของธุรกิจประกันภัย ครอบคลุมทั้งการประกันชีวิต การประกันวินาศภัย มาตรฐานการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยงทั้งในระดับบุคคลและองค์กร นวัตกรรมและเทคโนโลยี InsurTech การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย การคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนองค์ความรู้ด้านกฎหมาย การเงิน และการลงทุน ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะเชิงปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพระดับสากล พร้อมทั้งยึดมั่นในหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ สำหรับการศึกษาอบรมในรุ่นแรก ได้คัดเลือกตัวแทนประกันชีวิตระดับผู้บริหารที่ได้รับการยอมรับในด้านความรู้ ความสามารถ และคุณธรรมจริยธรรม เข้ารับการศึกษาอบรมจำนวน 32 คน เพื่อร่วมพัฒนาศักยภาพบุคลากรของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้สามารถรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
“เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาหลักสูตร PRIME คือการสร้าง Professional Risk and Insurance Management Expert หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยงและการวางแผนประกันภัยที่สามารถให้คำปรึกษาแก่ประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างมีคุณภาพ โดยบุคลากรกลุ่มนี้จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพของคนกลางประกันภัยไทย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำนักงาน คปภ. คาดหวังว่าผู้เข้าร่วมการอบรมรุ่นแรกจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย และร่วมกันขับเคลื่อนระบบประกันภัยของประเทศให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหาร  ความเสี่ยงของเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของประเทศในระยะยาว” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 09 มี.ค. 2569 เวลา : 11:47:30
10-03-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 10, 2026, 3:04 am