การค้า-อุตสาหกรรม
สศก. โชว์บทบาทไทยใน APTERR ผนึกอาเซียนบวกสาม เสริมแกร่งความมั่นคงอาหารภูมิภาค มุ่งเป้ายุทธศาสตร์ปี 2569 - 2573


นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะคณะมนตรี APTERR ของประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะมนตรีขององค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 14 (The 14th Meeting of ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve (APTERR) Council) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 มีนาคม 2569 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีผู้แทนประเทศไทย จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เข้าร่วมหารือร่วมกับคณะมนตรี APTERR จาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศบวกสาม (สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) รวมถึงผู้แทนจากสำนักเลขาธิการอาเซียน และองค์กรระหว่างประเทศอย่างธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และโครงการอาหารโลก (WFP) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค

 
การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของสำนักเลขานุการ APTERR พร้อมพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติงานและงบประมาณประจำปี 2569 รวมถึงรับทราบรายงานสถานะทางการเงินของกองทุน APTERR เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้

 
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 สำนักเลขานุการ APTERR ประสบความสำเร็จในการระบายข้าวภายใต้โปรแกรม 3 (การบริจาคข้าวหรือเงินสด) รวมทั้งสิ้น 11,620 เมตริกตัน ซึ่งเป็นการสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 1,000 เมตริกตัน ญี่ปุ่น 620 เมตริกตัน และสาธารณรัฐเกาหลี 10,000 เมตริกตัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนใน สปป.ลาว เมียนมา และฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างกระบวนการส่งมอบข้าวช่วยเหลือเร่งด่วนอีก 3,408 เมตริกตัน เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติในเมียนมาและไทย ในส่วนของประเทศไทย ได้ดำเนินการประสานรับบริจาคข้าวจำนวน 133 เมตริกตัน (จากสาธารณรัฐประชาชนจีน 50 เมตริกตัน และญี่ปุ่น 83 เมตริกตัน) เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา จากเหตุการณ์ในช่วงปลายปี 2568

 
ด้านแนวทางการพัฒนากลไกในอนาคต ที่ประชุมได้รับทราบการสนับสนุนทางวิชาการจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ APTERR ให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมอบหมายให้มีการศึกษา แนวทางการบริหารจัดการเงินกองทุนที่ใช้เฉพาะดอกผล (Endowment Fund: EF) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาวโดยไม่กระทบต่อเงินต้น ซึ่งจะเป็นการสร้างความยั่งยืนทางการเงินให้กับองค์กร

เลขาธิการ สศก. กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานของ APTERR เป็นหนึ่งในกลไกความร่วมมือด้านการสำรองข้าวของภูมิภาคอาเซียนบวกสาม ที่มุ่งสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในสถานการณ์จำเป็น โดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินที่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงอาหารของประชาชน ทั้งนี้ การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบความร่วมมือของประเทศสมาชิก และคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานการณ์ รวมทั้งไม่ให้กระทบต่อภาวะตลาดและเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรในระบบปกติ

 
“การร่วมหารือในระดับนโยบายครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพของสำนักเลขานุการ APTERR ในการยกระดับความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อให้ APTERR เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืน สอดคล้องกับกลยุทธ์การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ (Strengthening Food Security and Nutrition) ภายใต้แผนยุทธศาสตร์อาหาร เกษตร และป่าไม้ของอาเซียน พ.ศ. 2569-2573 เพื่อมุ่งสู่การเป็นภูมิภาคที่เข้มแข็งและยืดหยุ่นต่อความท้าทายในระดับโลก” เลขาธิการ สศก. กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 สำนักเลขานุการ APTERR จะยังคงผลักดันการใช้ประโยชน์จากกลไกระบายข้าวภายใต้โปรแกรม 1 (การทำสัญญาซื้อ - ขายแบบล่วงหน้า) และโปรแกรม 3 (การบริจาคข้าวหรือเงินสด) อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ อาทิ ADB เพื่อยกระดับประสิทธิผลและประสิทธิภาพของกลไก APTERR ในการเป็นกลไกด้านความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาคที่มีความน่าเชื่อถือ และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

 
ทั้งนี้ องค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (APTERR) นับเป็นกลไกความร่วมมือระหว่าง 13 ประเทศสมาชิก ได้แก่ กลุ่มประเทศอาเซียน สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการบริหารจัดการ

สำรองข้าวเพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิกกรณีประสบภัยพิบัติฉุกเฉินและเพื่อมนุษยธรรม มุ่งสร้างหลักประกันความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคโดยไม่กระทบต่อกลไกการค้าปกติ พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาความยากจนและภาวะขาดแคลนอาหารอย่างยั่งยืน โดย APTERR ได้รับการจัดตั้งเป็นองค์กรถาวรอย่างเป็นทางการวันที่ 29 มีนาคม 2556 ซึ่งประเทศไทยได้รับฉันทานุมัติให้เป็นประเทศเจ้าภาพในการจัดตั้งสำนักเลขานุการ APTERR โดยมีสถานที่ตั้ง ณ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร อย่างเป็นทางการมาอย่างต่อเนื่อง

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 มี.ค. 2569 เวลา : 18:36:23
21-03-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 21, 2026, 7:10 am