การค้า-อุตสาหกรรม
สศก. ผนึก 14 ภาคี ขับเคลื่อนกองทุน FTA ยกระดับโครงการเกษตร รองรับการแข่งขันภายใต้การค้าเสรี


  

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เปิดเผยว่า สศก. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนกองทุน FTA ให้เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าให้สามารถปรับตัว ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

 
สศก. ดำเนินการขับเคลื่อนกองทุน FTA อย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเกษตร เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า พิจารณาศักยภาพของสินค้าเกษตรในแต่ละกลุ่ม และพัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้หลักการสำคัญที่มุ่งยกระดับผลิตภาพ เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง เพื่อให้เกษตรกรสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

 
ภายใต้ระบบการค้าเสรี ประเทศที่สามารถผลิตสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีต้นทุนเหมาะสม และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดี ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ดังนั้น ภาคเกษตรไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร เพื่อให้สามารถรักษาโอกาสและขยายขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง

 
สำหรับแนวทางการสนับสนุนของกองทุน FTA จะมุ่งเน้น 2 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สำหรับสินค้าเกษตรที่ยังมีศักยภาพ โดยส่งเสริมการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้า การตรวจสอบย้อนกลับ การแปรรูปเพิ่มมูลค่า และการเชื่อมโยงตลาด และ การปรับตัวและเปลี่ยนผ่าน สำหรับสินค้าที่ได้รับผลกระทบหรือมีข้อจำกัดด้านการแข่งขัน โดยสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปสู่กิจกรรมหรือทางเลือกที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อลดผลกระทบและสร้างความมั่นคงในอาชีพมากยิ่งขึ้น

เลขาธิการ สศก. กล่าวอีกว่า การจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA จะต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหาและความจำเป็นที่แท้จริงของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ออกแบบแนวทางดำเนินงานอย่างเหมาะสม และกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนทั้งในระดับผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ เพื่อให้สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งทำให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า โปร่งใส และตอบเป้าหมายการพัฒนาภาคเกษตรได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ การออกแบบโครงการจำเป็นต้องมองให้ครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ปัจจัยการผลิต การผลิตการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูป โลจิสติกส์ ไปจนถึงการตลาด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรสามารถรองรับเงื่อนไขการค้าในอนาคต เช่น การจัดทำข้อมูลการผลิต การตรวจสอบย้อนกลับ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มโอกาสทางการค้าและการสร้างความเชื่อมั่นในตลาด

 
เพื่อให้การขับเคลื่อนงานดังกล่าวเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สศก. จึงได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาแนวทางความร่วมมือและยกระดับการจัดทำโครงการภายใต้พลังภาคีเครือข่ายกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมศรีปลั่ง ชั้น 8 อาคารวิสัยทัศน์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่าย 14 หน่วยงาน และบริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าร่วม เพื่อระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันพัฒนาแนวทางการจัดทำโครงการภายใต้กองทุน FTA ให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกองทุน และตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า และสนใจขอรับคำปรึกษาในการจัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0 2561 4727 หรืออีเมล fta.oae@gmail.com

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 เม.ย. 2569 เวลา : 15:46:28
02-04-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 2, 2026, 7:38 pm