
ปัจจุบันความรักระหว่างมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงได้ก้าวพ้นจากความสัมพันธ์แบบเจ้าของและสัตว์เลี้ยง มาสู่ความผูกพันที่ลึกซึ้งในฐานะสมาชิกของครอบครัว ความต้องการที่จะดูแลให้พวกเขามีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขจึงไม่ใช่เพียงความปรารถนา หากแต่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในไทย ซึ่งกำลังพุ่งสู่มูลค่าตลาดกว่า 100,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรกในปี 2569 นี้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อตัวต่อปีเพิ่มสูงขึ้นกว่า 5 เท่าจากในอดีต แตะระดับ 41,100 บาท สะท้อนว่า Pet Parent ยุคใหม่พร้อมทุ่มเทเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของเพื่อนรักอย่างเต็มใจ
กระแสดังกล่าวเตรียมถูกรวบรวมและขยายให้ยิ่งใหญ่บนเวทีมหกรรมสัตว์เลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนอย่าง PET EXPO THAILAND 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้ธีม “GUARDIANS OF THE HEART เพื่อนรักผู้พิทักษ์หัวใจ” โดยในปีนี้งานได้ยกระดับขึ้นสู่ The Next Chapter of PET Lifestyle ด้วยการนำเสนอนวัตกรรม Pet Longevity อย่างครบวงจร โดยหนึ่งในไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดของงานครั้งนี้คือบูธของ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สถาบันด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่เปิดดำเนินการมากว่า 32 ปี พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์และนวัตกรรมการดูแลสุขภาพที่น่าจับตามอง
สพ.ญ.นวพร ชวนปรีชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เปิดเผยถึงแนวคิด Pet Longevity ว่า สิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจเข้าใจผิดคือการมองว่าอายุยืนหมายถึงการมีชีวิตอยู่นานขึ้นเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว คำว่า Longevity ต้องหมายถึงการแก่อย่างมีคุณภาพ โดยสัตว์เลี้ยงของเราสามารถมีอายุมากขึ้นโดยไม่ต้องทุกข์ทรมานจากโรคภัย อีกทั้งยังคงมีพลังงาน ขยับเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว และใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าของได้อย่างมีความสุข
สพ.ญ.นวพร อธิบายให้เห็นภาพว่าหากปล่อยให้สุนัขที่ปวดข้อจนเดินไม่ได้กลายเป็นสัตว์ติดเตียง สิ่งที่ตามมาคือแผลกดทับ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ทั้งเบาหวานและโรคแทรกซ้อนต่างๆ ราวกับผู้ป่วยมนุษย์ ผลกระทบนั้นไม่ได้ตกอยู่กับสัตว์เลี้ยงเพียงฝ่ายเดียว หากแต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องสูญเสียทั้งเวลา เงินทอง และสุขภาพจิตไปพร้อมกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่การเริ่มดูแลสุขภาพเชิงป้องกันตั้งแต่สัตว์เลี้ยงยังไม่ป่วย คือหัวใจสำคัญของแนวคิดนี้
“ในปีนี้ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยืนอยู่ในจุดเดิมอีกต่อไป เพราะตลอด 32 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลสะสมฐานข้อมูลผู้ป่วยสัตว์เลี้ยงจำนวนมหาศาล และนำข้อมูลเหล่านั้นมาประมวลผลเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของโรคในแต่ละสายพันธุ์และช่วงอายุ จนสามารถคาดการณ์ได้ว่าสุนัขหรือแมวสายพันธุ์ใด เมื่ออายุเท่าไหร่ มักจะเผชิญกับปัญหาสุขภาพอะไร ก่อนจะหาวิธีดูแลอย่างตรงจุด” สพ.ญ.นวพร กล่าว
พร้อมยอมรับว่า คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า เวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) สำหรับสัตว์เลี้ยงคือการฉีดวัคซีน ป้องกันเห็บหมัด และถ่ายพยาธิ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่ทุกคนควรทำอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทองหล่อกำลังพัฒนาและเริ่มนำมาใช้ในปีนี้คือการลงลึกไปถึงระดับที่ว่าในแต่ละช่วงวัยและแต่ละสายพันธุ์ต้องการการดูแลแบบพิเศษอะไรบ้าง แทนที่จะรอให้สัตว์เลี้ยงป่วยแล้วค่อยรีบมาโรงพยาบาล โรงพยาบาลจะส่งการแจ้งเตือนแบบเชิงรุก เพื่อช่วยเตือนเจ้าของว่าถึงเวลาที่สัตว์เลี้ยงของพวกเขาควรได้รับการตรวจคัดกรองตามช่วงวัยและสายพันธุ์แล้ว
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือโรคไต หากตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มและสามารถปรับโภชนาการได้ทันที และไม่พัฒนาไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว อีกทั้งบางโรคที่หากรู้ตั้งแต่ต้นสามารถรักษาหรือปรับอาหาร ปรับอาหารเสริม แล้วหายขาดได้ แต่หากปล่อยไว้จนอาการหนักก็ไม่อาจกลับคืนสู่ภาวะปกติได้อีกด้วย
หนึ่งในจุดเด่นของโมเดลใหม่ที่ทองหล่อกำลังพัฒนาคือ แผนการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Health Plan สำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว โดยอิงจากฐานข้อมูล 32 ปีประกอบกับนวัตกรรมสมัยใหม่ โดยมีตัวอย่างแมว 2 ตัวที่อายุเท่ากัน 2 ขวบ อยู่ในบ้านเดียวกัน ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีปัญหาสุขภาพหรือความต้องการเหมือนกัน ทุกตัวมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง และการดูแลที่ดีที่สุดจึงต้องเป็น Personalized ออกแบบมาสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ ไม่ใช่สูตรสำเร็จรูปเหมือนกันทุกตัว
แนวคิดนี้สอดคล้องกับงาน PET EXPO THAILAND 2026 ที่นำเสนอนวัตกรรมด้าน Longevity หลายด้านพร้อมกัน ทั้งสเต็มเซลล์และธนาคารเก็บตัวอย่างทางชีวภาพ หรือการจัดการโภชนาการแม่นยำที่ปรับสูตรตามพันธุกรรมและปัญหาสุขภาพของสัตว์แต่ละตัว รวมไปถึงการนำระบบ AI มาช่วยในการวินิจฉัย ทำให้สามารถ ตรวจพบโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งหรือโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไปจนถึงการยกระดับโรงพยาบาลสัตว์ให้เป็นศูนย์สุขภาพที่มีทั้งลู่วิ่งใต้น้ำ เลเซอร์บำบัด และการฝังเข็ม เพื่อคงสภาพกล้ามเนื้อในสัตว์สูงวัย
อีกไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุดของบูธโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อในงานครั้งนี้คือการจับมือร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ในแคมเปญ “เลิกแพ้ไม่เลิกเลี้ยง” ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาจริง ๆ ที่คนรักสัตว์เลี้ยงจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญ นั่นคือการแพ้สุนัขและแมว ซึ่งเป็นปัญหาที่พบเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยง สพ.ญ.นวพร ขยายความว่าเจ้าของหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองแพ้ตัวสุนัขหรือแมว แต่ที่จริงแล้วอาจเป็นการแพ้ไรฝุ่นในอาหารที่เปิดทิ้งไว้นาน แพ้เชื้อรา แพ้เห็บหมัด หรือแพ้สปอร์ที่ติดมากับขน ซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยีการตรวจละเอียดของสมิติเวช สามารถระบุได้ถึงระดับที่ว่าเจ้าของแพ้สุนัขตัวผู้หรือตัวเมีย งานวิจัยพบว่าสุนัขตัวผู้ผลิตโปรตีนก่อภูมิแพ้หลัก Can f 5 (จากต่อมลูกหมาก) ในปริมาณสูงกว่าตัวเมียอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทำให้มีการพัฒนาการทดสอบภูมิแพ้ระดับโมเลกุล (component-resolved diagnostics) ที่สามารถระบุได้ว่าผู้แพ้ตอบสนองต่อ Can f 5 หรือไม่
บูธนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ครอบคลุมทั้งสองฝ่าย เพราะในขณะที่น้องหมาน้องแมวเข้ารับการตรวจสุขภาพกับทีมสัตวแพทย์ของทองหล่อ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเข้ารับการตรวจภูมิแพ้กับทีมแพทย์จากสมิติเวชได้ในบูธเดียวกัน โดยทั้งคู่จะได้รับคำแนะนำอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นความถี่ในการอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยง การปรับโภชนาการ หรือแนวทางการรักษาภูมิแพ้ทั้งสำหรับสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ โดยโอกาสพิเศษนี้มีให้เฉพาะในงาน Pet Expo Thailand 2026 เท่านั้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ แบบเจาะลึกได้ภายในงาน PET EXPO THAILAND 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เม.ย. – 3 พ.ค. 2569 เต็มพื้นที่ฮอลล์ 5–8 และขยายพื้นที่พิเศษสู่อีเว้นต์ฮอลล์ชั้น B2 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00–20.00 น. (วันเสาร์–อาทิตย์เริ่มเวลา 09.30 น.) ผู้ที่สนใจโปรโมชั่นสินค้า-บริการลดกระหน่ำร้อนแรงที่สุดแห่งปี และร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดหรรษาสำหรับน้องสัตว์เลี้ยงและสมาชิกในครอบครัว สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.petexpothailand.net หรือเฟซบุ๊ก Petexpoclub หรือช่องทางทวิตเตอร์ @PetexpoclubTH1
ข่าวเด่น