.jpg)
กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าขับเคลื่อน "เทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม" (Genome Editing: GEd) ยกระดับการปรับปรุงพันธุ์พืชไทย รองรับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและศัตรูพืชอุบัติใหม่ พร้อมเตรียมเสนอกรอบนโยบายต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อผลักดันเป็นนโยบายในระดับประเทศ
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพด้านการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีเป้าหมายเตรียมความพร้อมรองรับนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนภาคเกษตรแม่นยำด้วย AI และเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อรับมือวิกฤตโลกเดือด และศัตรูพืชอุบัติใหม่
.jpg)
ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ เทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาพันธุ์พืชยุคใหม่ ที่มีประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และมีความปลอดภัยสูง ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) สหภาพยุโรป (EU) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยล่าสุด EU ได้ออกกฎหมายว่าด้วยเทคนิคจีโนมใหม่ (NGTs) บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ในการปรับปรุงพันธุ์พืช และประเทศจีนได้ปรับเปลี่ยนกฎหมายนโยบายเร่งผลักดันการวิจัย GEd เพื่อใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ เช่นเดียวกับประเทศอังกฤษ ได้ตรากฎหมาย Genetic Technology (Precision Breeding) Act จำแนกสิ่งมีชีวิตที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์แบบแม่นยำ (Precision Bred Organisms: PBOs) ออกจาก GMOs
.jpg)
กรมวิชาการเกษตร โดยกองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ได้ขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ จากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม ตามนโยบายภาครัฐเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร โดยวางระบบกำกับดูแลภายใต้กรอบกฎหมายและประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร พ.ศ. 2567 รวมถึง ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การรับรองพืชที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม เพื่อให้การพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี GEd เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ สอดคล้องมาตรฐานสากล และไม่ขัดกับกรอบกฎหมายใหม่ของสหภาพยุโรป
ด้านการวิจัยและพัฒนา กรมวิชาการเกษตรเร่งเดินหน้าปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจสำคัญด้วยเทคโนโลยี GEd อาทิ มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง ถั่วเหลืองทนแล้งและมีโปรตีนสูง ข้าวโพดทนแล้ง พริกต้านทานโรค และมันฝรั่งทนร้อน พร้อมสร้างการรับรู้ผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประชุมสัมมนา และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศ ระดับภูมิภาคอาเซียน และเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น เอเปค เป็นต้น
ทั้งนี้ แนวทางการพิจารณาสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมของประเทศไทย อ้างอิงหลักการสากลที่เป็นวิทยาศาสตร์ โดยการจำแนกเทคโนโลยีตามรูปแบบการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม ที่ไม่ข้ามขอบเขตการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยทางชีวภาพ
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้พิจารณาโครงการวิจัยรวม 11 การทดลอง ครอบคลุมทั้งการพัฒนาพันธุ์พืชเศรษฐกิจ เช่น มันสำปะหลังและถั่วเหลือง รวมถึงจุลินทรีย์ผลิตสารกระตุ้นชีวภาพ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในระดับอุตสาหกรรม โดยเตรียมเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากแหล่งทุนสำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.)
สำหรับกลยุทธ์การขับเคลื่อนเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมแบบมุ่งเป้า เพื่อรองรับนโยบายเกษตรแม่นยำด้วย AI และเทคโนโลยีชีวภาพ มีแผนเร่งสนับสนุนการพัฒนาพันธุ์พืชเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง และมันฝรั่ง ให้มีคุณสมบัติทนแล้ง ทนร้อน ต้านทานศัตรูพืช ลดการใช้ปุ๋ยและการนำเข้าสารเคมี รวมถึงพัฒนาพืชพลังงานทดแทน ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านวิจัย ทั้งการพัฒนาห้องปฏิบัติการ บุคลากร และการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้และระบบกำกับดูแลอย่างเหมาะสม
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า “เทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรของประเทศ สู่ระบบเกษตรแม่นยำที่ผสาน AI และเทคโนโลยีชีวภาพ ช่วยเพิ่มผลผลิต และพัฒนาพันธุ์พืชให้ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ โรคอุบัติใหม่ และแมลงศัตรูพืช อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารควบคู่กับความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อม”
ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างจัดทำกรอบการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว ครอบคลุมการปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจและจุลินทรีย์ เพื่อเสนอต่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาผลักดันเป็นนโยบายสำคัญของประเทศในระยะต่อไป
ข่าวเด่น