เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งขึ้นก่อนหยุดยาว"


คาด SET แกว่งขึ้น จากข่าวอิสราเอลและเลบานอนเตรียมเจรจาสันติภาพสัปดาห์หน้า สร้างความหวังเชิงบวกต่อการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปากีสถานเช้าวันพรุ่งนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะที่ราคาน้ำมันย่อตัว Bond Yield ชะลอลง หนุนสินทรัพย์เสี่ยงช่วงสั้น อย่างไรก็ตาม ดัชนีอาจย่อตัวช่วงท้ายจากแรงขายลดความเสี่ยงก่อนหยุดยาว ประเด็นวันนี้ การแถลงนโยบายรัฐบาลวันสุดท้าย จากนั้นพรุ่งนี้ ประชุม ครม. นัดแรก ทางเทคนิคประเมินแนวต้าน 1500-1510 แนวรับ 1475-1465

ประเด็นสำคัญ

• ติดตามการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะมีขึ้นในวันเสาร์นี้ (11 เม.ย.) ที่ปากีสถาน รวมถึงแนวโน้มอิสราเอลและเลบานอนจะทำการเจรจาสันติภาพในสัปดาห์หน้า ขณะที่อิหร่านประกาศจะอนุญาตให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่เกินวันละ 15 ลำภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ

• ติดตาม ครม. ประชุมนัดแรกในวันที่ 11 เม.ย. นี้ ซึ่งจะมุ่งเน้นพยุงกำลังซื้อและลดค่าครองชีพ อาทิ เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, คนละครึ่งพลัสเฟสใหม่, อุดหนุนขนส่งสาธารณะ, พ.ร.ก. ค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนลบ. มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าจำเป็น สินค้าอุปโภคบริโภคและสินเชื่อ

• สภาพัฒน์ฯ ชี้ตะวันออกกลางเสี่ยงตึงเครียดยาว ปรับเป้า GDP ปีนี้จาก 2% เหลือ 0.2-1.4% กรณีดีสุดสงครามจบใน 2 เดือน GDP โต 1.4% กรณีลากยาว 6-9 เดือน โตแค่ 0.2% กระตุ้นเศรษฐกิจทำยาก ต้องเน้นลดค่าครองชีพ ส่วน ธปท. จ่อปรับ GDP ปีนี้เหลือ 1.3-1.7% ยันไม่ขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ ห่วงกระทบกำลังซื้อ 

• ม. หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค. 69 ลดลงสู่ 51.8 เป็นการปรับลงแรงที่สุดในรอบ 6 เดือน สะท้อนความกังวลต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพพุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลาง มองลบต่อกลุ่มค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าฟุ่มเฟือย ยานยนต์ และอสังหาฯ จากกำลังซื้อที่เปราะบาง

• GDP 4Q68 สหรัฐฯ ขยายตัวเพียง 0.5%QoQ ลดลงจากประมาณการก่อนหน้า และชะลอลงอย่างมากจาก 3Q68 ทำให้ปี 68 GDP เติบโต 2.1% ชะลอจากปี 67 ที่ +2.8% ด้านดัชนี PCE ก.พ. 68 ขยายตัว 2.8%YoY สอดคล้องตลาดคาด ซึ่งยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลางเป็นสำคัญ โดยหากการเจรจาได้ข้อตกลงสันติภาพถาวรคาดดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นลงทุน แต่หากการเจรจาล้มเหลวหรือมีการเผชิญหน้าทางทหารคาดดัชนีจะเผชิญแรงขายลดความเสี่ยงลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1350 จุด อย่างไรก็ดี จับตามูลค่าซื้อขายใน SET อาจเริ่มเบาบางช่วงปลายสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ดัชนีอาจผันผวนแรงกว่าปกติหากมีแรงขายออกมา กลยุทธ์ลงทุนจึงแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ยังผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลยุทธ์ลงทุนจึงต้องเน้นความยืดหยุ่น โดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน ดังนี้
 
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำและกังวลการเจรจาล้มเหลว แนะนำให้ถือเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจนและราคาย่อตัวลงในระยะถัดไป ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ยังสามารถสะสมหุ้น High Dividend (Div. Yield > 5%) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น (สะสมก่อน XD ใน เม.ย.-พ.ค. นี้) ได้แก่ KBANK KKP TISCO BAM AP TLI

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจา แนะนำให้ปรับพอร์ตตามกรอบเวลาและความผันผวน ดังนี้

1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรดีดสั้นในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ. ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่เป็นเป้าหมาย Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่เกิดวิกฤต ได้แก่ BTS LH MINT AWC BDMS HMPRO OR CPALL

2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือภาวะเงินเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)

3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมฯ ที่ตอบโจทย์การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA

Trading Idea: ธีม Summer Play ซึ่งได้อานิสงส์จากการบริโภคที่จะสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่ร้อนจัด นำโดย 1) กลุ่มเครื่องดื่ม โดยเลือกหุ้นที่มีสัดส่วนรายได้ในประเทศเป็นหลักเพื่อลดความผันผวนจากภายนอก ได้แก่ ICHI HTC และ 2) กลุ่มพาณิชย์ โดยเลือกหุ้นได้ประโยชน์จากเป็นช่องทางจำหน่ายเครื่องดื่มและสินค้าคลายร้อน ได้แก่ CPALL HMPRO GLOBAL

Daily Top Picks

DELTA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการฟื้นตัวของกลุ่มหุ้นเทคฯ โลก ด้านผลประกอบการปี 2569 จะมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับ AI ที่คาดจะเติบโตเลขสองหลัก และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling ใน 2H69 เป้าหมายระยะสั้นที่ 306 บาท

AOT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความคาดหวังบรรยากาศการท่องเที่ยวฟื้นตัวในช่วงสงกรานต์ และการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงอิสราเอล-เลบานอน จะหนุนจำนวนผู้โดยสารฟื้นตัว ประกอบกับฐานต่ำในปีก่อน ประเมินกำไรสุทธิ FY2569 จะเติบโต 10% จากการปรับขึ้นค่า PSC ระหว่างประเทศ เป้าหมายระยะสั้นที่ 56.00 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 เม.ย. 2569 เวลา : 13:04:16
11-04-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 11, 2026, 8:41 pm