
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวดำน้ำของไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2569 ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก นักท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่จุดดำน้ำที่สวยงามเท่านั้น แต่ต้องการประสบการณ์ที่ครบครันและความสะดวกสบายระดับพรีเมียม ธุรกิจเรือท่องเที่ยวดำน้ำแบบพักค้างคืน (Liveaboard) จึงต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Lifestyle และการสร้างเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย รวมไปถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง
.jpg)
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการเดินทางอยู่ในทิศทางที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงกลายเป็นปัจจัยท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางภูมิทัศน์อุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงนี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ นางสาวภรภัทร์ เริงประเสริฐวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรือเวฬา จำกัด เจ้าของ “เรือเวฬา” (VELA Liveaboard) เรือสุดหรูที่ให้บริการทริปดำน้ำ เพื่อเปิดมุมมองของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจเรือท่องเที่ยวดำน้ำในประเทศไทย
คุณภรภัทร์ มองว่า ทิศทางของธุรกิจท่องเที่ยวดำน้ำในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากการท่องเที่ยวแบบมวลชน (Mass Tourism) ไปสู่การเน้นคุณภาพ (Quality) มากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต้องการได้รับประสบการณ์จากเรือมากกว่าการมุ่งเน้นไปที่การดำน้ำเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้เรือในกลุ่มลักชูรีจึงสามารถขายได้ดีกว่าเรือท้องถิ่นที่ให้บริการมานาน เพราะนักท่องเที่ยวชาวไทยในยุคนี้เริ่มให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความละเอียดในส่วนของดีเทลต่าง ๆ มากขึ้น
แม้ว่าในช่วงเวลานี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อราคาน้ำมัน โดยยอมรับว่า ประเด็นดังกล่าวมีผลกระทบต่อธุรกิจเพราะค่าน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 50% โดยจากเดิมที่เคยซื้อน้ำมันในราคา 30 บาท ปัจจุบันปรับขึ้นเป็น 50 บาทแล้ว ทางเรือจึงจำเป็นต้องมีการเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) ซึ่งไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่เนื่องจากในต่างประเทศมีการเก็บกันเป็นปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ลูกค้ามีความเข้าใจในสถานการณ์และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว ทำให้แนวโน้มธุรกิจยังคงสามารถเติบโตต่อไปได้
คุณภรภัทร์ ยอมรับว่า แนวโน้มธุรกิจยังคงสามารถเติบโตต่อไปได้ การดำเนินธุรกิจของ เรือเวฬา จึงมาจากแรงบันดาลใจในการพัฒนาและสร้างเรือเวฬาให้เป็นพื้นที่แห่งความสะดวกสบาย (Comfort Space) ให้กับนักดำน้ำ เนื่องจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยไปดำน้ำกับเรือลำอื่นแล้วรู้สึกว่ายังไม่ใช่พื้นที่ที่ตอบโจทย์ความสบายอย่างแท้จริง โดยนักท่องเที่ยวสามารถนอนหลับสบายและกินอิ่ม ซึ่งจุดระสงค์สำคัญนั่นคือ อยากให้ผู้ที่มาใช้บริการรู้สึกว่าการอยู่บนเรือเหมือนกับการอยู่ที่บ้าน
ดังนั้นปรัชญาหลักในการออกแบบเรือคืออยากให้เรือเป็นจุดหมายปลายทางในตัวเองมากกว่าที่จะถูกมองว่าเป็นเพียงพาหนะที่ต้องมาเพื่อดำน้ำเพียงอย่างเดียว ซึ่งเรือเวฬาดำเนินธุรกิจมาประมาณ 2 ปี โดยใช้เวลาในการออกแบบและขึ้นโครงสร้างอยู่นานประมาณ 2-3 ปี และเรือเพิ่งเริ่มให้บริการจริงได้ประมาณ 1 ปี ปัจจุบันยังคงเน้นกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นหลักเพื่อรับฟังความคิดเห็นและนำมาปรับปรุง แต่มีแผนที่จะขยายตลาดไปสู่ชาวต่างชาติในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากได้รับการติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่มีผลต่อการบริการของเรืออย่างมาก คุณภรภัทร์ อธิบายว่า คนรุ่นใหม่มีไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเนื้อหา (Content) โดยเฉพาะการถ่ายรูป ซึ่งการออกแบบเรือที่มีกระจกขนาดใหญ่หรือห้องซาลูนที่สวยงามกว่าที่อื่นสามารถกลายเป็นจุดขายสำคัญได้ กลุ่มเป้าหมายของเรือเวฬา จึงครอบคลุมกลุ่มวัยรุ่นที่อาจเข้ามาเพื่อทดลองสัมผัสประสบการณ์และเก็บภาพไปแบ่งปันในกลุ่มเพื่อน รวมไปถึงกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง และไม่ได้ตั้งใจมาเพื่อดำน้ำอย่างจริงจังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการการพักผ่อนควบคู่ไปด้วย
ส่วนเส้นทางการเดินเรือของเวฬาครอบคลุมทั้งสองฝั่งทะเล โดยในช่วงที่ฝั่งอันดามันปิดจะย้ายไปวิ่งทางฝั่งอ่าวไทย ซึ่งแบ่งเส้นทางเป็นชุมพร เกาะเต่า และโลซิน ส่วนในช่วงเปิดฤดูกาลฝั่งอันดามัน ลูกค้าที่เหมาเรือ (Charter) สามารถเลือกเส้นทางได้ทั้งอันดามันเหนือและอันดามันใต้ หรือจัดทริปยาวแบบผสมผสานก็ได้ นอกจากนี้ทางเรือเวฬายังมีความพยายามที่จะขยายเส้นทางไปถึงประเทศเมียนมา เพื่อตอบโจทย์ชาวต่างชาติที่ต้องการประสบการณ์การพักผ่อนและการเดินทางที่ยาวนานขึ้น โดยอาจจะเริ่มขึ้นเรือที่ภูเก็ตแล้ววิ่งผ่านจุดดำน้ำสำคัญไปจนถึงพม่า
เมื่อถามถึงจุดดำน้ำในดวงใจที่อยากแนะนำให้ทุกคนไปสัมผัส คุณภรภัทร์ ตอบโดยไม่ลังเลว่า อยากให้ทุกคนลองไปสัมผัสประสบการณ์ดำน้ำที่ "เกาะโลซิน" ซึ่งเป็นกองหินขนาดใหญ่ เขตจังหวัดปัตตานี จุดดำน้ำลึกที่มีแหล่งปะการังสวยงาม เนื่องจากเป็นจุดที่ต้องเดินทางด้วยเรือพักค้างคืนบนเรือ (Liveaboard) เท่านั้น ไม่สามารถใช้เรือสปีดโบ๊ทหรือเรือประมงไปได้เพราะจะลำบากเกินไป
"โลซินเป็นพื้นที่ทางธรรมชาติที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์สูงมากและสามารถดำน้ำได้เพียงไม่กี่เดือนในหนึ่งปีในช่วงที่ไม่มีพายุ ทรัพยากรทางธรรมชาติจึงยังหนาแน่น มีปะการังแข็งจำนวนมาก และเป็นจุดที่สามารถลุ้นพบสัตว์ใหญ่ได้ทุกปี เช่น ฉลามวาฬ โรนัน ปลากระเบนแมนตา และปลากระทงร่ม เป็นต้น และแม้โลซินจะเป็นจุดที่อยู่ไกลและเดินทางยาก แต่รับรองว่าน้ำทะเลใสมากเนื่องจากเป็นพื้นที่ทะเลเปิด ซึ่งทำให้กองหินโลซินกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักดำน้ำทุกคนควรไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต"
สำหรับผู้ที่สนใจเรือเวฬาและต้องการสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวดำน้ำแบบพรีเมียม สามารถพบกันที่งาน Thailand Dive Expo 2026 โดยทางเรือเวฬาจะมีกิจกรรมมากมายรอคอยผู้เข้าชมงาน ทั้งการจำหน่ายแพ็คเกจทริป และกิจกรรมร่วมสนุก การแจกของรางวัล บูธถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ และอาจมีการแจกทริปสำหรับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมบูธด้วย ซึ่งงานครั้งนี้ จะเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดตัวให้ชาวต่างชาติได้เห็นศักยภาพของเรือและประเทศไทยด้วย
"อยากเชิญชวนผู้ที่รักทะเลทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เคยดำน้ำมาก่อนหรือผู้ที่กำลังสนใจอยากเริ่มต้น ให้ลองมาเดินชมงานเพราะจะได้รับประสบการณ์และความรู้จากการพูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์มานานหลายปี แม้จะยังไม่ตัดสินใจในทันทีก็อยากให้ลองมาดูบรรยากาศของงานที่เหมือนเป็นการรวมญาติของนักดำน้ำ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นความสวยงามของโลกใต้ทะเลด้วยตาตนเอง ซึ่งอาจจะเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตต่อไป” คุณภรภัทร์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวเด่น