กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มุ่งขับเคลื่อน 4 นโยบายหลัก สร้างความเข้มแข็งและป้องกันความเสี่ยงให้ระบบสหกรณ์ไทย ย้ำชัด กรมฯ ไม่ใช่ "คนจับผิด" แต่คือ "คู่คิด" ที่พร้อมให้คำแนะนำและพาสหกรณ์ก้าวผ่านทุกความท้าทาย เพื่อประโยชน์สูงสุดของสมาชิกกว่า 12 ล้านคนทั่วประเทศ
นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์และความท้าทายของสหกรณ์ในปัจจุบัน ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและปัญหาความเสี่ยงทางการเงินว่า ปัจจุบันภาพรวมของสหกรณ์ไทยยังคงมีความเข้มแข็ง แม้จะมีข่าวเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นบ้าง แต่ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับระบบสหกรณ์ทั้งหมด
“ปัญหาเรื่องการทุจริตในสหกรณ์นั้นมีอยู่บ้าง แต่ถือว่าเป็นส่วนน้อยมาก คิดเป็นสัดส่วนไม่น่าจะเกินร้อยละ 5 จากสหกรณ์ที่มีอยู่ทั้งหมดในปัจจุบัน ซึ่งกรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเข้าไปตรวจสอบและให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการหรือสมาชิกสหกรณ์ เพื่อชี้ให้เห็นถึงจุดที่มีความเสี่ยงและสาเหตุของข้อผิดพลาดต่างๆ ซึ่งการเข้าไปอุดช่องโหว่เหล่านี้จะช่วยลดปัญหาการทุจริตลงได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายวุฒิพงศ์ กล่าว
เพื่อเป็นการรับมือกับความท้าทายและยกระดับการดำเนินงาน นายวุฒิพงศ์ ได้กำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นใน 4 นโยบายสำคัญ ได้แก่:
1. การเทิดทูนและพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์: ผ่านการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ รวมถึงการลงพื้นที่สอนการทำบัญชีให้กับประชาชนในถิ่นทุรกันดาร และการจัดกิจกรรมในวันสำคัญของชาติ
2. การขับเคลื่อนงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์: สนองตอบต่อนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเต็มกำลัง
3. การสร้างความเข้มแข็งและป้องกันความเสี่ยงให้กับภาคสหกรณ์: ถือเป็นนโยบายเชิงรุกที่สำคัญ โดยกรมฯ ได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อป้องกันความเสี่ยง ได้แก่ การยกระดับแอปพลิเคชัน SmartMe สู่ "SmartMe Plus" ที่เพิ่มฟังก์ชันและลูกเล่นใหม่ๆ ช่วยให้สมาชิกสามารถตรวจสอบสถานะทางการเงินของตนเองและสหกรณ์ได้แบบเรียลไทม์ (วินาทีต่อวินาที) นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศทางการเงินขนาดใหญ่ เพื่อให้คณะกรรมการและผู้บริหารสหกรณ์ใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจของสหกรณ์ได้อย่างแม่นยำ
4. การสร้างความผาสุกในองค์กร: ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของบุคลากร (Work-life balance) โดยเฉพาะผู้สอบบัญชีสหกรณ์ที่ต้องรับภาระงานหนัก (ตรวจสอบบัญชีมากกว่า 20 สหกรณ์ต่อปี) ตลอดจนสนับสนุนการลงพื้นที่สอนบัญชีให้กับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และนักเรียนนักศึกษา
นอกจากนี้ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ยังได้ชี้แจงถึงมุมมองของสังคมที่มักมองว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มีหน้าที่เพียงแค่การเข้าไป "จับผิด" ตัวเลขทางบัญชี โดยระบุว่า
“คำว่า ‘ตรวจ’ ในชื่อกรม อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนเป็นการเข้าไปจับผิด แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราดำเนินการตรวจสอบตามมาตรฐานวิชาชีพ และที่สำคัญที่สุดคือ กรมฯ ทำหน้าที่เป็นเสมือน ‘คู่คิด’ ให้กับสหกรณ์ หากเราเข้าไปตรวจแล้วพบสิ่งใดที่บันทึกไม่ถูกต้อง หรือมีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ เราจะรีบให้ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมการและผู้บริหารเพื่อให้เร่งแก้ไขทันที เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ไม่ได้มาเพื่อจับผิด แต่เราพร้อมที่จะสนับสนุนและเป็นคู่คิด เพื่อให้สหกรณ์ก้าวไปสู่ความสำเร็จและนำผลประโยชน์กลับมาสู่สมาชิกทุกคนอย่างแท้จริง”
นายวุฒิพงศ์ ยังได้กล่าวให้ความมั่นใจแก่สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ดำเนินงานก้าวเข้าสู่ปีที่ 74 ว่า
“ตลอดระยะเวลา 74 ปีที่ผ่านมา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ดูแลช่วยเหลือสหกรณ์และพี่น้องสมาชิกกว่า 12 ล้านคนมาอย่างต่อเนื่อง จากนี้ไป ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจหรือสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ผมในฐานะอธิบดีฯ พร้อมด้วยบุคลากรของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ทุกคน ขอยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเคียงข้างสหกรณ์และพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ไทย เพื่อให้เราก้าวเดินไปด้วยกันอย่างปลอดภัยและมีความสุขตลอดไป” นายวุฒิพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ สหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ และประชาชนทั่วไป สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ความรู้ด้านบัญชี และบริการต่างๆ ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้หลากหลายช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ของกรมฯ (www.cad.go.th), Facebook Page, YouTube, TikTok, Instagram (IG) และ X (Twitter) ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
ข่าวเด่น