เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บมจ.ไทยออยล์วิเคราะห์ "ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่านที่ยังคงไม่มีข้อสรุป ในขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศถอนตัวจากกลุ่มโอเปก"


(+) ราคาน้ำมันดิบปรับเวสต์เท็กซัส (WTI) และ น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดยังคงกังวลสถานการณ์การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่าน โดยแหล่งข่าวจากประเทศอิหร่านเผยว่า ข้อเสนอการยุติสงครามของอิหร่าน มีการหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงโครงการนิวเคลียร์จนกว่าที่สงครามจะยุติลงและข้อพิพาทด้านการขนส่งทางเรือบริเวณ อ่าวเปอร์เซียจะได้รับการแก้ไข ส่งผลให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังมีท่าทีไม่พอใจกับข้อเสนอการยุติสงครามใหม่ ของอิหร่านจากการแถลงของเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา

(+) ปริมาณน้ำมันดิบทั่วโลกบนเรือบรรทุกน้ำมันที่จอดนิ่งไว้ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 25% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า แตะระดับที่ 153.1 ล้านบาร์เรล ณ วันที่ 24 เม.ย. 69 สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของการเดินเรือบรรทุกน้ำมันในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังยังถูกปิดล้อมจากกองทัพสหรัฐฯ

(-) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 4 ของกลุ่มโอเปก ตัดสินใจที่จะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันโอเปก และโอเปกพลัส เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 69 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พ.ค. 69 เพื่อมุ่งเน้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติและต้องการมีอิสระในการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้การตัดสินใจดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเสถียรภาพการบริหารจัดการปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถผลิตน้ำมันดิบได้เพิ่มเติม 1 - 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงเวลาปกติ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ปัจจุบันที่ช่องแคบฮอร์มุซปิดอยู่ จึงยังไม่สามารถส่งออกน้ำมันดิบได้ ณ เวลานี้

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 29 เม.ย. 2569 เวลา : 11:46:09
04-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 4, 2026, 5:56 pm