เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET ฟื้นขึ้น สถานการณ์ยังสงบนิ่ง"


คาด SET ปรับขึ้น คลายกังวลตะวันออกกลางกลับเข้าสู่ภาวะสงคราม หลังสหรัฐฯ ระบุข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลบังคับใช้ สะท้อนอิหร่านไม่ได้ยกระดับโจมตีรุนแรงขึ้น ขณะที่ปัจจัยใน ประเทศ Moody’s ออกรายงานระบุไทยอยู่ในกลุ่มประเทศ EM ที่มีความพร้อมรับมือภาวะช็อกของเศรษฐกิจโลกในอนาคต รวมทั้งคาดมีแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ตามหุ้น Tech สหรัฐฯ คาดหนุน sentiment ลงทุน ทางเทคนิคดัชนียังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น หากไม่ต่ำกว่า 1480 ยังเป็นสัญญาณที่ดีอยู่

ประเด็นสำคัญ

• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลง 4%DoD หลังสหรัฐฯ เผยข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผลบังคับใช้ แม้เกิดเหตุยิงเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและการยิงขีปนาวุธใส่ UAE และเริ่มเห็นสัญญาณบวกหลัง Maersk เผยมีเรือผ่านช่องแคบสำเร็จภายใต้การคุ้มกันของสหรัฐฯ (Project Freedom) ระยะสั้นมองบวกต่อหุ้นกลุ่ม Anti-Oil แต่จะเห็นแรงขายทำกำไรในหุ้น PTTEP

• Moody’s ระบุว่าไทย อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเม็กซิโก เป็นกลุ่มประเทศในตลาด EM ที่พร้อมรับมือภาวะช็อกเศรษฐกิจโลก โดยปัจจัยหนุนไทย คือ กรอบนโยบายที่แข็งแกร่ง คาดการณ์เงินเฟ้อที่มั่นคง ค่าเงินบาทที่ยืดหยุ่น และสามารถรับมือแรงกระแทกผ่านการปรับตัวของราคา มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่ม ธพ. (BBL KBANK KTB)

• ครม. เห็นชอบออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนลบ. รับมือวิกฤตพลังงานโลก ด้าน รมว.คลัง คาดช่วยดัน GDP เพิ่ม 0.8% และหนี้สาธารณะยังไม่เกินกรอบ 70% ส่วนมาตรการไทยช่วยไทยพลัส จะเข้า ครม.วันที่ 19 พ.ค.นี้ และเริ่มใช้เดือน มิ.ย. 69 มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและไฟแนนซ์จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

• พรรคประชาธิปัตย์มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาการออก พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนลบ. ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เนื่องจากมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และเสี่ยงทำลายวินัยการคลัง โดยเสนอเร่งออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณแทน มองสร้าง  Downside Risk หากศาลฯ รับคำร้อง อาจทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าช้าออกไป

• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนที่ 601,610 คน โดย +12.2%WoW จากเป็นวันหยุดแรงงานในกลุ่มระยะใกล้ แต่ยัง -2%YoY จากนักท่องเที่ยวอื่นที่ไม่ใช่จีน ส่วนยอดสะสมปีนี้อยู่ที่ 11.97 ล้านคน (-3.5%YoY) แม้ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวตามตัวเลข WoW ที่เพิ่มขึ้น แต่ระยะยาวยังผันผวนสูง

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดเฝ้าระวัง โดยในประเทศคาดจะกลับมาให้น้ำหนักกับฤดูกาลประกาศงบ 1Q69 ของกลุ่ม Real Sector และแนวโน้มกำไร 2Q69 ซึ่งจะเริ่มรับรู้ผลกระทบเต็มไตรมาสจากสงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่ความคืบหน้าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐ คาดจะช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนเป็นระยะ ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังเป็น "Wildcard" สำคัญ โดยเฉพาะความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน หากมีสัญญาณบวก มองตลาดมีโอกาสทะลุขึ้นไปแนวต้าน 1,500-1,530 จุด แต่หากยืดเยื้อหรือรุนแรงอาจเห็นการปรับฐานไปทดสอบแนวรับ 1,420-1,450 จุด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy"

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET เข้าสู่โหมดเฝ้าระวัง โดยกลับมาให้น้ำหนักกับการประกาศงบ 1Q69 ของกลุ่ม Real Sector ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 2 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดสัปดาห์หน้ากำไร 1Q69 จะประกาศออกมาเติบโตดี YoY และเติบโต YoY ต่อใน 2Q26 เราแนะนำ Outperform ได้แก่ PTTGC TU ADVANC TIDLOR TRUE GULF TOP 

2. หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งคาดกำไรสามารถทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)

3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
Trading Idea: 1. หุ้นที่จะได้ประโยชน์หากสงครามจบหรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซมีพัฒนาการเชิงบวก ซึ่งจะนำไปสู่การปรับลงของราคาน้ำมัน ได้แก่ กลุ่มสายการบิน (AAV BA THAI) กลุ่มวัสดุก่อสร้างและบรรจุภัณฑ์ (SCC SCGP) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC) และหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้าหมายการ Short Covering ได้แก่ MINT BDMS TIDLOR AWC CPN และ 2. หุ้นคาดถูกนำเข้าคำนวณ SET50/SET100 ในรอบ 2H69 (ประกาศกลาง มิ.ย. 69) โดยเบื้องต้นเราคาดจะมี 4 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET50 ได้แก่ BCP ITC TFG THAI และ 5 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET100 ได้แก่ ITC THAI THCOM TVO WHAUP ขณะที่ระมัดระวังการลงทุนในหุ้นที่คาดจะถูกนำออกจาก SET50 (BTS CBG OSP SAWAD) และ SET100 (DOHOME JAS JMART MOSHI SISB)

Daily Top Picks

CPN: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากผลประกอบการ 1Q69 ที่คาดว่าจะออกมาแข็งแกร่ง เราคาดเติบโต 25%YoY และ 0.1%QoQ จากจำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายร้านค้าที่แข็งแกร่งและยอดโอนโครงการ Dusit Residences และคาดจะเติบโตต่อเนื่องใน 2Q69 เป้าหมายระยะสั้นที่ 63.00 บาท

HANA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโมเมนตัมจากหุ้นเทคฯ โลกที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกระแสการลงทุนใน AI และ Data Center ที่แข็งแกร่ง คาดบริษัทจะมี New S-curve จากการผลิต Solid State Cooling Device ให้ Phononic ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิตใน 2H69 และ Mass Production ในปี 2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 37.00 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 พ.ค. 2569 เวลา : 12:14:11
11-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 11, 2026, 8:29 pm