อสังหาริมทรัพย์
Scoop : "Wealth Migration" กับโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย สู่การเป็นศูนย์กลางคนรวยระดับโลก


 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกกำลังเห็นปรากฏการณ์ใหม่ ที่เรียกว่า "Wealth Migration" หรือ การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง ที่ไม่ได้จำกัดชีวิตอยู่ในประเทศเดียวอีกต่อไป แต่เลือกกระจายทั้งทรัพย์สิน การลงทุน และการใช้ชีวิต ไปยังหลายประเทศพร้อมกัน และหนึ่งในประเทศที่เริ่มถูกจับตาในกระแสดังกล่าว คือ “ประเทศไทย” ถึงแม้ว่าไทยจะยังไม่ได้ถูกจัดอยู่ในระดับเดียวกับศูนย์กลางการเงินโลกอย่างสิงคโปร์หรือดูไบ แต่ในมิติของ “คุณภาพชีวิต” และ “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี” ไทยกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากทั้งนักลงทุนต่างชาติ กลุ่มผู้มีทรัพย์สินสูง รวมถึงผู้ซื้อบ้านพักอาศัยระดับบนจากทั่วโลก
 
ภาพสะท้อนดังกล่าวเห็นได้ชัดจากการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับ Prime และ Super Prime ในกรุงเทพ ภูเก็ต และเกาะสมุย ซึ่งกำลังเปลี่ยนสถานะจาก “เมืองท่องเที่ยว” ไปสู่ “จุดหมายปลายทางของการใช้ชีวิตระยะยาว” มากขึ้นเรื่อย ๆ
 
ตลาดอสังหาฯ ไทยเริ่มถูกมองเป็น “สินทรัพย์ระดับโลก”

ข้อมูลจาก The Wealth Report 2025 ของ Knight Frank บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ลักชัวรีระดับโลก ระบุว่า ราคาบ้านระดับ Prime ในไทยปรับเพิ่มขึ้นราว 6.3% สะท้อนถึงแรงซื้อที่ยังแข็งแกร่งในตลาดบน แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน ในกรุงเทพเริ่มมีการพัฒนาโครงการ “Super Prime Condominium” มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการ Branded Residence หรือ ที่พักอาศัยที่ร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมและ        แบรนด์ลักชัวรีระดับโลก ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ซื้อกำลังสูงจากต่างประเทศ

ไม่เพียงเท่านั้น เมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและสมุย ก็กำลังถูกยกระดับจากจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว สู่การเป็น “Lifestyle Destination” สำหรับกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง โดยเฉพาะในตลาดวิลล่าหรู บ้านพักตากอากาศ และโครงการ Wellness Residence ในมุมของนักลงทุนระดับโลก อสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียง “บ้านพัก” อีกต่อไป แต่กลายเป็นทั้งสินทรัพย์เพื่อรักษาความมั่งคั่ง (Store of Wealth) เครื่องมือกระจายความเสี่ยง และส่วนหนึ่งของการวางแผนการใช้ชีวิตข้ามประเทศ

โลกกำลังเข้าสู่ยุคของ “Mobile Wealth”

Mobile Wealth เป็นแนวคิดที่ว่า ความมั่งคั่งในยุคใหม่ไม่ได้ผูกติดอยู่กับประเทศเดียวอีกต่อไป พูดง่าย ๆ คือ คนรวยยุคนี้ “ย้ายเงิน ย้ายธุรกิจ ย้ายการใช้ชีวิต” ข้ามประเทศได้ตลอดเวลา และหลายคนก็เลือกมีหลายฐานชีวิตพร้อมกัน ซึ่งทาง The Wealth Report ระบุว่า ปัจจุบันมีประชากรกลุ่ม Ultra-High-Net-Worth Individuals (UHNWIs) หรือผู้ที่มีทรัพย์สินสุทธิมูลค่าสูงมาก เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก และเฉลี่ยมีผู้เข้าสู่กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นราววันละ 90 คน และกลุ่มคนเหล่านี้มีลักษณะสำคัญตามแนวคิดดังกล่าว ที่ “ไม่ได้ยึดติดกับประเทศเดียว” หลายคนเลือกมี บ้านพักหลายประเทศ พอร์ตลงทุนกระจายหลายภูมิภาค ฐานการใช้ชีวิตมากกว่า 1 เมือง และยังมีสิทธิพำนักหรือวีซ่าระยะยาวในหลายประเทศ ซึ่งในช่วงหลังการระบาดของโควิด-19 ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความผันผวนทางเศรษฐกิจ ทำให้กลุ่มทุนระดับโลกเริ่มให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” และ “ความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต” มากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศแข่งขันกันดึงดูดกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง ผ่านมาตรการวีซ่าระยะยาว สิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับพรีเมียม และไทยกำลังเริ่มถูกพูดถึงในสมการนี้มากขึ้น

จุดแข็งของไทย อยู่ที่ “คุณภาพชีวิต”

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ไทยเริ่มได้รับความสนใจ คือ การมี “ต้นทุนคุณภาพชีวิต” ที่ยังแข่งขันได้ เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ระดับโลก สำหรับกลุ่มผู้มีทรัพย์สินสูงจากจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ตะวันออกกลาง หรือยุโรป การใช้ชีวิตในไทยสามารถเข้าถึง

• บริการทางการแพทย์ระดับสากล
• โรงเรียนนานาชาติ
• บริการ Hospitality ระดับสูง
• Wellness และ Healthcare Ecosystem
• ค่าครองชีพที่ต่ำกว่าเมืองศูนย์กลางการเงินโลก
 
ทั้งหมดนี้ ในต้นทุนที่ต่ำกว่าหลายเมืองชั้นนำของโลกอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของไทย ซึ่งอยู่ระหว่าง จีน อินเดีย และ อาเซียน ยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจในฐานะ “ศูนย์กลางการใช้ชีวิต” ของภูมิภาคเอเชียอีกด้วย

และอีกหนึ่งข้อมูลที่ถูกจับตา คือ แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงในไทยเอง โดยทางด้าน Knight Frank มีการคาดการณ์ว่า จำนวนมหาเศรษฐีไทยจะเพิ่มขึ้นราว 26% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในเอเชีย ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาด Luxury ของไทยในอนาคต อาจไม่ได้พึ่งพาเฉพาะเงินทุนจากต่างชาติ แต่ยังมีแรงซื้อจากกลุ่มผู้มีฐานะในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สิ่งนี้กำลังผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นภาพของ “Luxury Economy” ชัดขึ้น ทั้งในธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ระดับบน โรงแรมหรู Wellness Medical Tourism ร้านค้าปลีกระดับบน และบริการทางการเงินสำหรับกลุ่ม Wealth

ดังนั้นแล้ว สิ่งที่ไทยกำลังขาย อาจไม่ใช่เพียง “สถานที่ท่องเที่ยว” อีกต่อไป แต่คือ “รูปแบบการใช้ชีวิต” และหากภาครัฐสามารถต่อยอดนโยบายด้านวีซ่าระยะยาว การลงทุนจากต่างชาติ ระบบสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน เมืองคุณภาพสูง หรือ ระบบภาษีและกฎหมายที่ชัดเจนได้อย่างต่อเนื่อง ไทยอาจก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของกลุ่มทุนและผู้มีความมั่งคั่งระดับโลกในอนาคตเลยก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม แม้กระแส Wealth Migration จะเป็นโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีคำถามสำคัญตามมาเช่นกัน เพราะในช่วงที่ตลาด Luxury เติบโตอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจฐานล่างของไทยกลับยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูง กำลังซื้อชะลอตัว ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น และการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ยากขึ้น หลายประเทศทั่วโลกที่กลายเป็น “ศูนย์กลางของความมั่งคั่ง” ต่างเผชิญปัญหาคล้ายกัน คือ ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงเร็วกว่ารายได้ของประชาชนในประเทศ จนเกิดภาวะเศรษฐกิจที่โตไม่พร้อมกันอย่างชัดเจน โจทย์สำคัญของไทยต่อจากนี้ จึงอาจไม่ใช่เพียงการดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติ แต่คือการสร้างสมดุลระหว่าง “การเติบโตของเศรษฐกิจระดับบน” กับ “คุณภาพชีวิตของคนในประเทศ” ให้พัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

LastUpdate 10/05/2569 20:11:35 โดย : Admin
10-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 10, 2026, 10:43 pm