หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งลง ขาดปัจจัยหนุนนำใหม่"


 
คาด SET แกว่งซึมลง ปัจจัยแวดล้อมค่อนไปในเชิงลบจากความกังวลเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงเกินคาด รวมทั้งข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านที่เริ่มไม่แน่นอน ส่วนประเด็นการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ.ในที่ประชุมรัฐสภาวันพรุ่งนี้คาดชะลอออกไปก่อน หลัง ปธ.สภาฯ ส่งศาล รธน.เพื่อวินิจฉัยภายใน 60 วัน แต่ประเมินว่าไม่น่ากังวล เนื่องจากพ.ร.ก.ประกาศลงในราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้แล้ว โครงการต่างๆ ของรัฐบาลน่าจะเดินหน้าต่อ ทางเทคนิคหากดัชนีหลุด 1480 เป็นสัญญาณที่ไม่ดี

ประเด็นสำคัญ

• ภาวะเงินเฟ้อสหรัฐฯ เม.ย. 69 ขยายตัวสู่ระดับ 3.8%YoY สูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี นำโดยพลังงาน รวมถึงอาหาร, ที่พัก และอื่นๆ ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 2.8%YoY ซึ่งสูงกว่ากรอบเป้าหมายของเฟด ขณะที่รายได้รายชั่วโมงปรับลดลง 0.3%YoY ซ้ำเติมความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต

• นายกฯ แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงสร้างค่าไฟฟ้ารับซื้อจากเอกชน โดยเฉพาะค่าความพร้อมจ่าย (AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและลดภาระประชาชน มองเป็น Sentiment ลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP (GPSC, BGRIM)

• กระทรวงพาณิชย์เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย. 69 ลดลงสู่ 50.6 ต่ำที่สุดในรอบ 8 เดือน จากความเชื่อมั่นด้านการจ้างงานที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 40 เดือน, เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต้นทุนพลังงาน ทำให้ประชาชนไม่กล้าใช้จ่าย มองเป็น Sentiment ลบต่อกลุ่มพาณิชย์และสินเชื่อ

• รมว. คลัง มอบหมายกรมสรรพสามิตทบทวนรายละเอียดโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” หลังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการจัดการรถเก่า เช่น การจัดการซากรถ, การตีราคา เป็นต้น โดยอาจมีข้อเสนอใหม่ที่มีความเหมาะสมกว่าเดิม มีความเป็นไปได้ที่โครงการดังกล่าวอาจล่าช้า เป็น Overhang ต่อกลุ่มธุรกิจสินเชื่อรถยนต์

• MSCI Review (May 2026) สำหรับ MSCI Global Standard Index ไม่มีหุ้นนำเข้า-ออกในรอบนี้ ส่วน MSCI Small Cap Index มี 2 หุ้นที่ถูกนำเข้า ได้แก่ TFG และ MRDIYT และมี 1 หุ้นที่ถูกนำออก ได้แก่ TOA ซึ่งมีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิดของวันที่ 29 พ.ค. 69

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways โดยมีกรอบบนที่ 1530-1550 จุด เนื่องจากตลาดรับรู้พัฒนาการบวกในการเจรจาสหรัฐฯ และอิหร่านในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้จะหันกลับมาโฟกัสความชัดเจนผลการเจรจาอิหร่าน และ Big Event อย่างการเยือนจีนของ ปธน. ทรัมป์เพื่อพบปะกับ ปธน. สีจิ้นผิงในปลายสัปดาห์ ซึ่งหากออกมาในเชิงบวกจะเป็น Catalyst ต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีแรงหนุนรองรับจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนลบ. และ Thailand FastPass จาก BOI ที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ส่วนการเข้าสู่โค้งสุดท้ายประกาศงบ 1Q69 ซึ่งก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ดีกว่าตลาดคาดได้สร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy"

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET แกว่งตัว Sideways รอติดตามผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน, การพบปะกันระหว่าง ปธน. สหรัฐฯ-จีน รวมทั้งการเข้าสู่โค้งสุดท้ายประกาศงบ 1Q69 ของ บจ.ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดจะประกาศกำไร 1Q69 ออกมาเติบโตดี YoY และเติบโต YoY ต่อใน 2Q26 เราแนะนำ Outperform ได้แก่ MTC SAWAD CPALL CPN GLOBAL BEM SIRI

2. หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)

3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

Trading Idea: 1. หุ้นที่จะได้ประโยชน์หากสงครามจบหรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซมีพัฒนาการเชิงบวก ซึ่งจะนำไปสู่การปรับลงของราคาน้ำมัน ได้แก่ กลุ่มสายการบิน (AAV BA THAI) กลุ่มวัสดุก่อสร้างและบรรจุภัณฑ์ (SCC SCGP) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC) และหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้าหมายการ Short Covering ได้แก่ MINT BDMS TIDLOR SAWAD 2. หุ้นที่สัดส่วนต่างชาติถือครองยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง (Undervalued & Underowned) ซึ่งมีโอกาสรับกระแส Fund Flow กลับมา ได้แก่ BDMS BJC CPALL HMPRO และ 3. หุ้นคาดถูกนำเข้าคำนวณ SET50/SET100 ในรอบ 2H69 (ประกาศกลาง มิ.ย. 69) โดยเบื้องต้นเราคาดจะมี 4 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET50 ได้แก่ BCP ITC TFG THAI และ 5 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET100 ได้แก่ ITC THAI THCOM TVO WHAUP ขณะที่ระมัดระวังแรงขายหุ้นที่คาดจะถูกนำออกจาก SET50 (BTS CBG OSP SAWAD) และ SET100 (DOHOME JAS JMART MOSHI SISB)

Daily Top Picks

CPALL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความต้องการบริโภคเครื่องดื่มในช่วงฤดูร้อนสนับสนุน SSS เติบโตต่อเนื่อง โดย SSS ใน เม.ย. 2569 เติบโต 1.8%YoY และความคาดหวังต่อผลประกอบการ 1Q69 ซึ่งตลาดคาดว่าจะเติบโต YoY และ QoQ เป้าหมายระยะสั้นที่ 44.75 บาท   

PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้นและมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ซึ่งคาดจะสนับสนุนให้ผลประกอบการ 2Q69 แข็งแกร่งต่อเนื่อง และปริมาณการผลิตก๊าซฯ คาดจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเพื่อลดภาระการนำเข้าพลังงานของประเทศ เป้าหมายระยะสั้นที่ 154.00 บาท   
 

 

LastUpdate 13/05/2569 12:56:23 โดย : Admin
14-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 14, 2026, 5:17 am