หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งแคบ คลายกังวล ตอ.กลางช่วงสั้น"


 

คาด SET แกว่งแคบสลับฟื้นตัว สถานการณ์ ตอ.กลางผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการโจมตีอิหร่านที่มีกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ แต่ยังปฏิเสธข้อเสนอเจรจาสันติภาพฉบับใหม่ของอิหร่าน ทำให้ยังเป็น overhang ต่อไป ขณะที่ประเด็นศาล รธน.มีมติรับคำร้องขอให้วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ. ประเมินว่าไม่น่ามีผลกระทบเนื่องจากมีผลบังคับใช้แล้ว โดยการประชุม ครม. วันนี้จะมีการพิจารณามาตรการไทยช่วยไทยพลัส ทางเทคนิคหากดัชนียืนเหนือ 1505 ได้ ยังดี

ประเด็นสำคัญ

• ราคาน้ำมันดิบยังผันผวนสูงกดดันบรรยกาศลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากกังวลสงครามอิหร่านกระทบอุปทานน้ำมัน โดยแม้อิหร่านเผยสหรัฐส่งข้อเสนอสันติภาพชุดใหม่ผ่านทางปากีสถานแล้ว แต่สหรัฐยังคงปฏิเสธยอมรับเงื่อนไข อย่างไรก็ดี ปธน. ทรัมป่ชะลอคำสั่งโจมตีอิหร่านหลังพันธมิตรอ่าวเปอร์เซียร้องขอ

• สภาพัฒน์ฯ เผย GDP 1Q69 ไทยขยายตัว 2.8% เร่งตัวจาก 4Q68 ที่ 2.5% และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ปัจจัยหนุนหลักมาจากการลงทุนที่ขยายสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส (ภาคเอกชนเติบโต 10.1%) สศช. ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโต 1.5-2.5% ตามการบริโภค, การลงทุน และงบประมาณภาครัฐ

• กระทรวงพลังงานเผยโรงกลั่นไทยกำลังเผชิญภาวะน้ำมันสำเร็จรูปใกล้เต็มความจุเนื่องจากความติดขัดด้านการส่งออก ทำให้โรงกลั่นต้องลดกำลังการผลิตลง โดย ปตท. และบางจากได้ลดแล้วราว 15% เป็นลบต่อกลุ่มโรงกลั่นหากสถานการณ์ยังดำเนินต่อ เนื่องจากผลผลิตและ Utilization Rate ลดลงซึ่งกระทบต่อการทำกำไร หากรัฐบาลอนุญาตกลุ่มโรงกลั่นส่งออกน้ำมันส่วนเกินได้ จะช่วยคลายแรงกดดันออกไป

• กกพ. พร้อมสนับสนุนด้านข้อมูลและกฎหมายเพื่อแก้ไขสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชน เช่น การทบทวนเงื่อนไขค่า AP และ EP และการปรับปรุงสัญญา Adder และ FiT ที่ไม่มีวันหมดอายุและราคาไม่สอดคล้องกับต้นทุน ทำให้ค่าไฟฟ้าแพงเกินจริง 0.13-0.17 บาท/หน่วย เป็น Overhang ต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ระยะสั้นระมัดระวังการลงทุน 

• รัฐบาลจะทบทวนกฎกระทรวง-กฎหมายลำดับรองกว่า 7,000 ฉบับ เพื่อยกเลิก-ปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ และลดภาระภาคเอกชน และเดินหน้า “Super License” หรือใบอนุญาตใบเดียวให้ครอบคลุมต่อการขออนุญาต เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มนิคมฯ

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมี Upside จำกัดที่แนวต้าน 1,530-1,550 จุด โดยในประเทศ แม้มีแรงหนุนจากกำไรรวมตลาด 1Q69 ที่แข็งแกร่ง และ Sentiment บวกจาก ครม. เตรียมพิจารณามาตรการไทยช่วยไทยพลัสในวันที่ 19 พ.ค. แต่มองถูกสะท้อนไปในดัชนีพอสมควรแล้ว ทำให้นักลงทุนจะกลับมาโฟกัสผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่จะฉุดรั้งกำไร 2Q69 ของ บจ. แทน ขณะที่การประชุม Trump–Xi แม้บรรยากาศจะเป็นบวกต่อ Sentiment การลงทุนระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมยังจำกัดและไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในการแข่งขันระหว่างกันในระยะยาว อีกทั้งราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงนาน เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจนผ่านภาวะเงินเฟ้อสูง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET แกว่งตัว Sideways โดยตลาดจะเริ่มกลับมาให้น้ำหนักผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางที่จะฉุดรั้งกำไร 2Q69 และราคาน้ำมันที่สูงนานเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกผ่านภาวะเงินเฟ้อสูง ขณะที่การประชุม Trump–Xi ยังขาดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมและไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโต YoY ส่วน 2H69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC AP GULF MINT MTC SCGP TIDLOR 

2. หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งคาดกำไรสามารถทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN) 

3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

Trading Idea: 1. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT CENTEL HTC TRUE 2. หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมายซื้อโดยนักลงทุนต่างชาติ หลังเริ่มเห็น Fund Flow ไหลกลับ เลือกหุ้นที่ Under-owned และ Undervalued ได้แก่ TRUE CPN GLOBAL BEM  PTTGC 3. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์ หากมีความคืบหน้าการคลายข้อจำกัดด้าน AI/ชิป/แร่หายาก  หรือคลายกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเพิ่มเติม ได้แก่ DELTA HANA KCE PTTGC IVL 

Daily Top Picks

BBL: ปัจจัยกระตุ้นจาก 1Q69 GDP ที่เติบโตสูงกว่าที่ตลาดคาด และ FDI และการขอรับส่งเสริมการลงทุนที่มีโมเมนตัมดีต่อเนื่องสนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อ โดยคาดสินเชื่อปี 2569 จะเติบโต 2-3% และคาดว่า DPS ปี 2569 ที่ระดับ 10 บาท/หุ้น เป้าหมายระยะสั้นที่ 169.50 บาท

CPN: ปัจจัยกระตุ้นจากรายได้ธุรกิจศูนย์การค้าทำสถิติสูงสุดใหม่ และจำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายร้านค้าใน เม.ย. 2569 ยังแข็งแกร่ง ทำให้คาดว่ากำไรปกติ 2Q69 จะเติบโตต่อเนื่อง YoY และ QoQ ขณะที่การขายสินทรัพย์เข้า CPNREIT ยังอยู่ในแผน เป้าหมายระยะสั้นที่ 64.75 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 พ.ค. 2569 เวลา : 11:10:14
19-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 19, 2026, 10:16 pm