เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจจีนเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มผ่อนคลายลง


• เศรษฐกิจจีนขยายตัว 5.0%YoY ในไตรมาส 1 ปี 2026 จากแรงหนุนของการส่งออก การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
 
• ภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ หลังซบเซาต่อเนื่องเกือบ 5 ปี
 
• จีนเร่งเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาด
 
• การบริโภคภายในประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และยังเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างสำคัญ
 
• Moody’s Ratings คงอันดับเครดิตจีนที่ระดับ A1 และปรับ Outlook จาก “Negative” เป็น “Stable” สะท้อนมุมมองว่าเศรษฐกิจจีนยังสามารถบริหารความเสี่ยงได้

เศรษฐกิจจีนเริ่มต้นปี 2026 ด้วยแรงส่งที่มั่นคงมากขึ้น
หลังเผชิญปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ หนี้รัฐบาลท้องถิ่น และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอมาหลายปี เศรษฐกิจจีนเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดขึ้นในช่วงต้นปี 2026 โดยข้อมูลจาก National Bureau of Statistics of China ระบุว่า GDP ไตรมาส 1 ปี 2026 ขยายตัว 5.0%YoY
แรงขับเคลื่อนสำคัญยังมาจากภาคอุตสาหกรรม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งออก ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเริ่มส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งในด้านการผลิต การจ้างงาน และความเชื่อมั่นตลาด

จีนกำลังเปลี่ยน “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ”
สิ่งที่น่าสนใจ คือ จีนไม่ได้ต้องการกลับไปพึ่งอสังหาริมทรัพย์แบบเดิมอีกต่อไป
รัฐบาลจีนกำลังเร่งผลักดันแนวทาง “High-quality Growth” ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น AI เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือการเปลี่ยนเศรษฐกิจจีนจากโมเดลที่ขับเคลื่อนด้วยอสังหาริมทรัพย์และการผลิตต้นทุนต่ำ ไปสู่เศรษฐกิจที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และมูลค่าเพิ่มสูงมากขึ้น

การส่งออกและเทคโนโลยียังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจจีน
แม้เศรษฐกิจโลกยังชะลอ แต่การส่งออกของจีนยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีมูลค่าสูง เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเธียม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตลาดสำคัญอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา และยุโรป ยังช่วยรองรับการส่งออกของจีนได้ต่อเนื่อง สะท้อนว่าจีนยังคงมีบทบาทสูงในห่วงโซ่อุปทานโลก
ขณะเดียวกัน การลงทุนด้าน AI และ Data Center ยังทำให้ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกำลังกลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม โมเดลเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนและการส่งออก แม้ช่วยพยุงการเติบโตในระยะสั้น แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านกำลังการผลิตส่วนเกิน (Overcapacity) และความตึงเครียดทางการค้ากับหลายประเทศในระยะต่อไป โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดที่จีนกำลังเร่งขยายกำลังการผลิตอย่างรวดเร็ว

การบริโภคภายในประเทศยังเป็นจุดอ่อน
แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่การบริโภคภายในประเทศยังคงอ่อนแอเมื่อเทียบกับภาคการผลิตและการส่งออก โดยครัวเรือนจีนยังระมัดระวังการใช้จ่าย ท่ามกลางความกังวลด้านรายได้ การจ้างงาน และมูลค่าทรัพย์สินที่ลดลงจากภาคอสังหาริมทรัพย์
ยอดค้าปลีกยังขยายตัวในระดับจำกัด สะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันยังพึ่งพาการลงทุนและการส่งออกเป็นหลัก มากกว่าการบริโภคภายในประเทศ
ภาพเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันจึงสะท้อน “การฟื้นตัวที่ไม่เท่ากัน” ระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน โดยฝั่งการผลิตและเทคโนโลยีเริ่มกลับมาขยายตัวได้ดี ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังฟื้นตัวค่อนข้างช้า
ความแตกต่างระหว่างภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งกับอุปสงค์ภาคครัวเรือนที่ยังอ่อนแอ ยังสะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันยังคงขับเคลื่อนด้วย “ฝั่งอุปทาน” มากกว่าการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งยังเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของรัฐบาลจีนในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของจีนยังเผชิญ Trade-off สำคัญ เพราะการเร่งลงทุนและการปล่อยสินเชื่อเพื่อพยุงการเติบโต อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านหนี้ในระยะยาว ขณะที่การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศยังต้องใช้เวลาในการฟื้นความเชื่อมั่นของครัวเรือน

ภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว
ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญของแรงกดดันทางเศรษฐกิจตั้งแต่ปลายปี 2020 เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว
Bank of America และ Citi เริ่มมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น หลังยอดขายบ้านและราคาบ้านใหม่ในเมืองหลักอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น เริ่มปรับตัวดีขึ้น
รัฐบาลจีนยังเร่งมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้งการผ่อนคลายข้อจำกัดการซื้อบ้าน การลดสต็อกที่อยู่อาศัยคงค้าง และการผลักดันโครงการฟื้นฟูเมือง เพื่อประคองภาคอสังหาริมทรัพย์และลดความเสี่ยงต่อระบบการเงิน

Moody’s ปรับมุมมองจีนเป็น “Stable”
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญ คือ Moody’s Ratings ปรับ Outlook ของจีนจาก “Negative” เป็น “Stable” พร้อมคงอันดับเครดิตที่ระดับ A1 โดยมองว่า แม้จีนยังเผชิญปัญหาหนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์ และแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่เศรษฐกิจจีนยังมีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงจากขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่และศักยภาพของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
การปรับมุมมองดังกล่าว ยังสะท้อนความเชื่อมั่นว่า จีนจะสามารถบริหารการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความผันผวนทางการเงินในวงกว้าง แม้ความเสี่ยงจากหนี้รัฐบาลท้องถิ่นและการบริโภคภายในประเทศที่ยังอ่อนแอจะยังคงอยู่ก็ตาม
แม้ปีนี้เศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัวและกลับมาตั้งหลักได้ แต่ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไป คือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลมากขึ้น ลดการพึ่งพาการลงทุนและการส่งออก พร้อมเพิ่มบทบาทของอุปสงค์ภายในประเทศให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในระยะยาว
ในช่วงที่หลายประเทศกำลังเผชิญเศรษฐกิจชะลอ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น การฟื้นตัวของจีนจึงอาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน ความสามารถของจีนในการสร้าง “การเติบโตที่มีคุณภาพ” จะไม่ได้ส่งผลต่อจีนเพียงประเทศเดียว แต่ยังมีผลต่อทิศทางการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานโลกในทศวรรษต่อจากนี้ด้วย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 พ.ค. 2569 เวลา : 13:22:53
24-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 24, 2026, 5:17 am