หุ้นทอง
บทบาทของกรรมการผู้หญิงในบริษัทจดทะเบียนไทยกลุ่ม SET50 ปี 2568


 
จากการศึกษาโครงสร้างคณะกรรมการของบริษัทจดทะเบียนไทยในกลุ่ม SET50 ณ สิ้นปี 2568 จำนวน 50 บริษัท พบว่า ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

• ณ สิ้นปี 2568 ผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียนใน SET50 มีจำนวนรวม 138 ตำแหน่ง คิดเป็น 21.64% ของจำนวนที่นั่งกรรมการทั้งหมด 638 ตำแหน่ง 

• หากพิจารณาจำนวนกรรมการ (number of directors) รวมของทุกบริษัท พบว่า เป็นกรรมการผู้หญิง 118 คน คิดเป็น 21.74% ของจำนวนกรรมการทั้งหมด 543 คน 

• 96% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 ได้แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน เป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัท 

• หากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies) ปี 2568 ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ที่กำหนดให้ “คณะกรรมการบริษัทควรมีกรรมการที่เป็นผู้หญิงอย่างน้อย 2 คน และคณะกรรมการบริษัทควรประกอบด้วยผู้หญิงอย่างน้อย 30%” พบว่า 80% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 มีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 2 คนในคณะกรรมการบริษัท และ 24% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 มีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 30% ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ 

• 43 บริษัท หรือ 86% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 ได้แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน ให้ดำรงแหน่งกรรมการอิสระในคณะกรรมการของบริษัท

• นอกจากนี้ จากข้อมูลกรรมการใน SET50 ยังพบว่า 2 บริษัทมีผู้หญิงเป็น “ประธานกรรมการ” (chairman of board director) หรือ คิดเป็น 4% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 และเมื่อพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า 13 บริษัท หรือ 26% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 มีผู้หญิงเป็นผู้บริหารอันดับสูงสุดขององค์กร

ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สังเกตได้จากตัวเลขผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนกลุ่ม SET50 (21.64% ของจำนวนที่นั่งกรรมการทั้งหมดใน SET50) และ 96% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 มีการแต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คนเป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัท

รายงานฉบับนี้เป็นรายงานต่อเนื่องจากฉบับที่ผ่านมา (SET Note 4/2569) ที่ได้อธิบายชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบทบาทของกรรมการผู้หญิงในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (บริษัทจดทะเบียนไทย) จำนวน 852 บริษัท ณ สิ้นปี 2568 โดยรายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาเจาะลึกในบทบาทของกรรมการผู้หญิงในบริษัทจดทะเบียนกลุ่ม SET 50 จำนวน 50 บริษัท  ซึ่งถือเป็นกลุ่มบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยใช้ฐานข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งเป็นข้อมูลที่รายงานมายังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และปรากฏในระบบ SETSMART รวมถึงแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ อาทิ รายงานประจำปี (แบบฟอร์ม 56-1 One Report) และเว็บไซต์ของบริษัทจดทะเบียน เป็นต้น โดยสามารถสรุปผลการศึกษาพอสังเขป ดังนี้

จากการศึกษาข้อมูลความหลากหลายทางเพศของกรรมการบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET50 ณ สิ้นปี 2568 พบว่า จำนวนตำแหน่งหรือที่นั่งกรรมการ (number of board seats) รวมทุกบริษัทใน SET50 มีทั้งสิ้น 638 ตำแหน่ง ซึ่งดำรงตำแหน่งโดยผู้ชาย 500 ตำแหน่ง คิดเป็น 78.36% ของจำนวนที่นั่งกรรมการทั้งหมด และดำรงตำแหน่งโดยผู้หญิง 138 ตำแหน่ง คิดเป็น 21.64% ของจำนวนที่นั่งกรรมการทั้งหมด (ภาพที่ 1)

นอกจากข้อมูลในส่วนของจำนวนที่นั่งกรรมการ (number of board seats) แล้ว ภาพที่ 1 ยังแสดงให้เห็นถึงจำนวนกรรมการที่เป็นรายบุคคลที่ไม่ได้มีการนับซ้ำเหมือนจำนวนที่นั่งกรรมการ โดยหากกรรมการท่านใดดำรงตำแหน่งในหลายบริษัทจะนับเป็นเพียงหนึ่งคนซึ่งพบว่า มีจำนวนกรรมการรวม 543 คน แบ่งออกเป็นกรรมการผู้ชาย 425 คน คิดเป็น 78.26% ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และเป็นกรรมการผู้หญิง 118 คน คิดเป็น 21.74% ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้หญิงได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทจดทะเบียนใน SET50 ภาพที่ 1 องค์ประกอบคณะกรรมการและความหลากหลายทางเพศของกรรมการบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET50
 
ภาพที่ 1 องค์ประกอบคณะกรรมการและความหลากหลายทางเพศของกรรมการบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET50
 


 
นอกจากข้อมูลข้างต้น หากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies) ปี 2568 ที่ใช้ในการส่งเสริมความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียน จะพบข้อกำหนดที่ระบุว่า “คณะกรรมการบริษัทควรมีกรรมการที่เป็นผู้หญิงอย่างน้อย 2 คน และคณะกรรมการบริษัทควรประกอบด้วยผู้หญิงอย่างน้อย 30%”  โดยเมื่อนำข้อมูลจำนวนกรรมการที่เป็นผู้หญิงในคณะกรรมการบริษัทมาพิจารณาร่วมกับหลักเกณฑ์ข้างต้นตามตารางที่ 1 พบว่า 
 
ตารางที่ 1 จำนวนกรรมการที่เป็นผู้หญิงในคณะกรรมการบริษัท ปี 2568
 
• บริษัทจดทะเบียน 40 บริษัท จากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 หรือคิดเป็น 80% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 มีการแต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 2 คน ให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัท 

• บริษัทจดทะเบียน 29 บริษัท จากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 หรือคิดเป็น 58% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 มีการแต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 3 คน ให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัท 

• บริษัทจดทะเบียนที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้หญิงเป็นกรรมการมีแค่เพียง 2 บริษัทใน SET50 ซึ่งคิดเป็นแค่เพียง 2% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 ในขณะที่มี 1 บริษัทที่มีการแต่งตั้งให้ผู้หญิงดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการของบริษัทด้วยจำนวนที่มากที่สุดถึง 9 คน 

นอกจากนี้ หากพิจารณาสัดส่วนกรรมการผู้หญิงเทียบกับคณะกรรมการบริษัททั้งคณะเพื่อพิจารณาว่า บริษัทจดทะเบียนใน SET50 สามารถบรรลุเป้าหมายของการส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนไทยแต่ละบริษัทมีกรรมการที่เป็นผู้หญิงอย่างน้อย 30% ของจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากข้อมูลกรรมการใน SET50 ณ สิ้นปี 2568 พบว่า บริษัทจดทะเบียน 12 บริษัทจากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 หรือคิดเป็น 24% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 มีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 30% ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ (ภาพที่ 2)
 
ภาพที่ 2 สัดส่วนของกรรมการที่เป็นผู้หญิงต่อจำนวนคณะกรรมการทั้งชุดใน SET50 
หน่วย: % ต่อจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 ที่ทำการศึกษาในช่วงเวลานั้น ๆ
 
 
 
อย่างไรก็ตาม พบว่า มี 2 บริษัท หรือ 4% ของจำนวนบริษัทใน SET50 ที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้หญิงให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ขณะที่บริษัทจดทะเบียนที่มีสัดส่วนกรรมการผู้หญิงต่อจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะมากที่สุด คือ 60% ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนใน SET50 มีสัดส่วนกรรมการผู้หญิงต่อจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะเฉลี่ยอยู่ที่ 23% 

ผู้หญิงยังมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนกลุ่ม SET50 สังเกตได้จากบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET50 จำนวน 43 บริษัท หรือ 86% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 มีการแต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คนเป็นกรรมการอิสระในคณะกรรมการของบริษัท

นอกจากนี้หากพิจารณาข้อมูลกรรมการเพิ่มเติมยังพบว่า ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในคณะกรรมการบริษัทและการบริหารจัดการบริษัทจดทะเบียนใน SET50 โดยมีบริษัทจดทะเบียนจำนวน 2 บริษัท หรือ 4% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 ได้แต่งตั้งผู้หญิงให้ดำรงตำแหน่ง “ประธานกรรมการ” (chairman of board director) ซึ่งก็คือหัวหน้าของคณะกรรมการทั้งชุด ขณะที่บริษัทจดทะเบียนจำนวน 13 บริษัท หรือ 26% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50 ได้แต่งตั้งให้ผู้หญิงดำรงตำแหน่ง “ผู้บริหารอันดับสูงสุดขององค์กร” (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการ กรรมการผู้อำนวยการ หรือตำแหน่งอื่นในระดับเดียวกันหรือเทียบเท่า) 

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่ง “ประธานกรรมการ” และ “ผู้บริหารอันดับสูงสุดขององค์กร” ระหว่างบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด (ข้อมูล SET Note 4/2569) กับบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET50 พบว่า บริษัทจดทะเบียนใน SET50 มีสัดส่วนผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารอันดับสูงสุดขององค์กร (26% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50) สูงกว่าภาพรวมบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด (19.13% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด) แต่สัดส่วนผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการในกลุ่ม SET50 (4% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน SET50) น้อยกว่าภาพรวมบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดเพียงเล็กน้อย (8.38% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงยังมีบทบาทจำกัดในฐานะประธานกรรมการของบริษัทจดทะเบียนทั้งในกลุ่ม SET50 และบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด โดยอาจสันนิษฐานได้ว่า บริษัทจดทะเบียนให้ความสำคัญกับการคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความสามารถและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละบริษัทจดทะเบียน (อาทิ ประเภทธุรกิจ ความเป็นธุรกิจครอบครัว และโครงสร้างการถือหุ้นโดยภาครัฐ เป็นต้น) เป็นสำคัญ 

โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า ผู้หญิงไทยมีบทบาทสำคัญต่อบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีการดำรงตำแหน่งทั้งในฐานะ “กรรมการบริษัท” “กรรมการอิสระ” “ประธานกรรมการ” และ “ผู้บริหารระดับสูงสุด” ของบริษัทจดทะเบียนใน SET50 ซึ่งความหลากหลายทางเพศที่เป็นรูปธรรมนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากมาตรการส่งเสริมของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เกณฑ์การพิจารณาโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies) เป็นต้น อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากการส่งเสริมความหลากหลายทางเพศในคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงแล้ว การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้ารับดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียน จำเป็นต้องคำนึงถึงความสอดคล้องของทักษะ (Skill Matrix) ประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และคุณลักษณะที่เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจเป็นสำคัญ เพื่อให้การตัดสินใจในระดับนโยบายเป็นไปอย่างรอบด้านและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทจดทะเบียนในระยะยาวอย่างแท้จริงต่อไป

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 21 พ.ค. 2569 เวลา : 15:47:07
22-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 22, 2026, 12:12 pm