อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เผยรายละเอียดกรณีตรวจพบการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ แฉพฤติการณ์คนในเจาะฐานข้อมูลแก้ตัวเลขบัญชี สั่งฟันวินัย-อาญา-ปปง. เด็ดขาด พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุก เร่งตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตในสหกรณ์" เพื่อเฝ้าระวัง ล่าสุดพบข้อสังเกตความผิดปกติในสหกรณ์กว่า 500 แห่ง ยืนยันการทุจริตกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ จี้สมาชิกสหกรณ์รักษาสิทธิ์ตนเองผ่านแอป Smart Member พร้อมเตรียมยกระดับมาตรฐานโปรแกรมบัญชีสหกรณ์ด้วยระบบ AI ในปี 2569
นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจพบการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ว่า ขณะนี้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวอย่างสูงสุด โดยจากการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าสหกรณ์ดังกล่าวซึ่งเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ ได้เลือกใช้โปรแกรมบัญชีของเอกชน (ซึ่งสหกรณ์สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ) แต่ขาดการควบคุมภายในที่รัดกุม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ทำการดึงข้อมูลจากโปรแกรมบัญชีของเอกชนดังกล่าว นำมาประมวลผลสอบทานผ่านระบบตรวจสอบของกรมฯ จนตรวจพบความผิดปกติทางบัญชีเกือบ 100 บัญชี ที่มีเส้นทางการเงินเข้า-ออกที่น่าสงสัย เมื่อขยายผลตรวจสอบเชิงลึกร่วมกับผู้สอบบัญชีภาคเอกชน พบพฤติการณ์ทุจริตว่า มีการลักลอบแก้ไขข้อมูลในระดับฐานข้อมูล (Database) เพื่อปรับแต่งตัวเลขธุรกรรมของสมาชิก โดยมีผู้กระทำความผิดร่วมกันหลายราย ซึ่งรวมถึงโปรแกรมเมอร์และผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของสหกรณ์เอง เบื้องต้นประเมินความเสียหายจากการตรวจพบครั้งแรกอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท
จากเหตุการณ์ดังกล่าว สหกรณ์ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และมีคำสั่ง ไล่ออกผู้ร่วมกระทำความผิดรวม 8 ราย เพื่อตัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบทันที พร้อมกันนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ให้คำแนะนำในการยกระดับการควบคุมภายในอย่างเร่งด่วน โดยให้ระงับการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Wi-Fi) เดิม และเปลี่ยนระบบรหัสผ่าน (Password) ใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันการลักลอบเจาะระบบจากภายนอก รวมทั้งได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ในชั้นการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาในภาพรวม กรมฯ ได้จัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตในสหกรณ์" ขึ้น เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการทุจริตในระบบสหกรณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งเดินหน้าสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสมาชิก ซึ่งจากข้อมูลการตรวจสอบสหกรณ์ทั้งหมดกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศในขณะนี้ กรมฯ พบข้อสังเกตที่มีความเสี่ยงในสหกรณ์กว่า 500 แห่ง และมีข้อมูลยืนยันการพบ การทุจริตแล้วในสหกรณ์กว่า 300 แห่ง ซึ่งทางกรมฯ จะเร่งดำเนินการตรวจสอบและจัดการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ขอเน้นย้ำและสนับสนุนให้สมาชิกสหกรณ์ทุกคนในฐานะ "เจ้าของสหกรณ์" มีส่วนร่วมในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง โดยควรติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์อย่างใกล้ชิด และที่สำคัญคือ เมื่อผู้สอบบัญชีมีการจัดส่งเอกสารไปยังสมาชิกเพื่อขอให้ยืนยันยอด ขอความร่วมมือให้สมาชิกตอบกลับเอกสารดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบบัญชีให้มีความถูกต้องแม่นยำ พร้อมกันนี้ กรมฯ ขอเชิญชวนให้สมาชิกใช้งานแอปพลิเคชัน "Smart Member" ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่กรมฯ พัฒนาขึ้นเพื่อให้สมาชิกสามารถเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบสถานะ และรับทราบความเคลื่อนไหวทางบัญชีของตนเองได้ตลอดเวลาและยังสามารถสอบถามข้อสงสัยได้ที่ Call Center 02 016 8888 หรือ Facebook กรมตรวจบัญชีสหกรณ์
สำหรับก้าวต่อไปในการยกระดับมาตรฐานระบบสหกรณ์ไทย ในปี 2569 กรมฯ กำลังวางมาตรฐานโปรแกรมบัญชีสหกรณ์ใหม่ โดยจะครอบคลุมทั้ง "มาตรฐานระบบโปรแกรม" และ "มาตรฐานผู้ใช้โปรแกรม" ซึ่งต่อจากนี้โปรแกรมบัญชีที่สหกรณ์ใช้งานจะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าวทั้งหมด นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้กำหนดให้การส่งข้อมูลบัญชีต่างๆ ต้องเชื่อมโยงผ่านทางศูนย์ของกรมฯ ซึ่งจะมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการคอยตรวจสอบความถูกต้อง วิเคราะห์ความเสี่ยง และแจ้งเตือนความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที เพื่อสร้างความโปร่งใสและเรียกความเชื่อมั่นให้กับระบบสหกรณ์ไทยอย่างยั่งยืน
ข่าวเด่น