
(+) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น หลังกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าได้ดำเนินการโจมตีเพื่อป้องกันตนเองในเขตตอนใต้ของอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานยิงขีปนาวุธและเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิด ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน(IRGC) กล่าวว่าได้ยิงตอบโต้เครื่องบินขับไล่และโดรนหลายลำของสหรัฐฯ ซึ่งรุกล้ำเข้ามาบริเวณน่านฟ้าของอิหร่าน ทั้งนี้ท่าทีดังกล่าวยังคงสะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย แม้ว่าจะมีรายงานถึงความคืบหน้าของการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
(+) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน (Supreme leader) โมจตาบา คาเมเนอี กล่าวว่าฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป หลังความขัดแย้งสิ้นสุดลง โดยความเห็นดังกล่าวสะท้อนว่าความขัดแย้งครั้งนี้ได้เปลี่ยนสมดุลอำนาจซึ่งทำให้ฐานอำนาจของสหรัฐฯ อ่อนแอลง การส่งสัญญาณของผู้นำสูงสุดขัดแย้งกับท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเผยผ่าน Truth Social Media ส่วนตัวโดยเรียกร้อง ให้ ชาติในภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าร่วมกับข้อตกลง Abraham Accords ซึ่งถือเป็นข้อตกลงในการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างอิสราเอลและชาติในภูมิภาค จุดยืนที่แตกต่างในเรื่องของสมดุลของอำนาจหลังสงครามแสดงถึงจุดยืนของทั้งสองฝ่ายที่ยังคงแตกต่างกันอย่างมีนัยยะ
(+) สถานการณ์ความตึงเครียดในแนวรบฝั่งยุโรปตะวันออกมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรัสเซียได้มีการเพิ่มการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อยูเครน เพื่อพยายามกลับมาควบคุมความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์อีกครั้ง หลังยูเครนประสบปัญหาในการเติมสต็อกขีปนาวุธป้องกันทางอากาศ ขณะที่พันธมิตรหลักอย่างสหรัฐฯ ยังคงติดพันอยู่ในความขัดแย้งในตะวันออกกลางกับอิหร่าน
ข่าวเด่น