
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวม 46 หน่วยงาน ณ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลัง เพื่อบูรณาการข้อมูลและสนับสนุนการดำเนินโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว สำนักงาน คปภ. มีบทบาทสำคัญในฐานะ “หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติ” โดยมีหน้าที่ร่วมตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนในโครงการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรี หรือคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคมกำหนด ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความลับและการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของประชาชนผู้ลงทะเบียน โดยได้เตรียมความพร้อมด้านระบบและกำหนดมาตรการรองรับอย่างรัดกุม ครอบคลุมทั้งการจัดเก็บ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูล เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
สำหรับมาตรการสำคัญที่สำนักงาน คปภ. ดำเนินการ ประกอบด้วย
1) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ลงทะเบียนจะดำเนินการเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนเท่านั้น
2) การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล โดยสำนักงาน คปภ. จัดให้มีมาตรการป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565
และ 3) การทำลายข้อมูลอย่างรัดกุม โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาเพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณสมบัติ จะถูกลบ ทำลาย หรือส่งคืน พร้อมส่งหนังสือรับรองให้สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ภายใน 30 วัน นับแต่การตรวจสอบคุณสมบัติแล้วเสร็จ
“การเข้าร่วมลงนามของสำนักงาน คปภ. ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการดำเนินโครงการที่มุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างทั่วถึง โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อประชาชน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และสนับสนุนให้การจัดสรรสวัสดิการของรัฐเกิดประสิทธิภาพสูงสุด” เลขาธิการ คปภ. กล่าวตอนท้าย
ข่าวเด่น