หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งลง กังวลเจรจาสันติภาพล่ม"



 
คาด SET แกว่ง Sideways - down ราคาน้ำมันและ Bond Yield ดีดขึ้น หลังอิหร่านประกาศระงับเจรจาสหรัฐฯ, ปิดช่องแคบฮอร์มุซ และขู่ขยายสงคราม เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่โจมตีเลบานอน อย่างไรก็ตามอิสราเอลประกาศหยุดยิงบางส่วนอาจช่วยให้คลายกังวลได้บ้าง ด้านการประชุม ครม. วันนี้ ก. คลังเสนอให้เปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการฯ รอบใหม่ ส่วนก. คมนาคมเสนอโอนรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายให้ รฟม. บริหาร รองรับนโยบายตั๋วร่วม ทางเทคนิคดัชนีย่อตัว หากยืนเส้น 10 วันได้ยังดีอยู่

ประเด็นสำคัญ

• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ US$95/bbl หลังอิหร่านประกาศยุติการเจรจากับสหรัฐฯ และทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้ต่อการที่อิสราเอลทำการโจมตีเลบานอน มองเป็น Sentiment ลบระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่ม Anti-Oil แต่เป็นบวกต่อการเก็งกำไรในหุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)

• งาน Computex ที่ไต้หวัน Nvidia และ Microsoft เปิดตัวชิปประมวลผล N1X เพื่อเจาะตลาดรายย่อยให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ ซึ่งจะอยู่ในคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ของ Lenovo, HP, Dell, Surface, Asus และ MSI เป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

• วันนี้จับตา ครม. พิจารณาวาระกระทรวงคมนาคมเสนอโอนรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายอยู่ภายใต้ รฟม.บริหารกรรมสิทธิ์เดียว โดยแก้สัญญาสัมปทานเอกชนจากแบ่งรายได้ (Net Cost) เป็นจ้างเดินรถ (Gross Cost) พร้อมดันนโยบายตั๋วร่วมจ่ายค่าโดยสารเริ่มต้น 40 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 70

• คลังสั่งกรมสรรพสามิตเดินหน้าศึกษาโครงการใหม่เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสะอาด แทนโครงการรถเก่าแลกใหม่หลังติดปมทำลายซาก ก่อนชงใช้งบจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ.  ตามแผนงานที่ 2  หากโครงการใหม่ช่วยกระตุ้นใช้พลังงานสะอาด จะเป็นบวกระยะยาวต่อกลุ่มนิคม ยานยนต์ไฟฟ้า และสินเชื่อ

• ก.ล.ต. สั่งยกระดับเข้มตลาดทุน ให้เช็กละเอียดตัวตนจริงและที่มาเงินเพื่อป้องกันและสกัดนอมินีที่จะใช้ตลาดทุนฟอกเงิน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. 69 มองระยะยาวเป็นบวกต่อความเชื่อมั่นลงทุนในตลาดหุ้นไทย

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะไซด์เวย์และมีโอกาสพักฐาน จากปัจจัยฤดูกาล ประกอบกับดัชนีได้ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในสัปดาห์ก่อนจากกระแสลงทุนด้าน AI ซึ่งหนุนให้มีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี คาด SET ยังมี Downside จำกัด จากความคาดหวังสหรัฐฯ และอิหร่านจะหาข้อยุติสงครามได้ ซึ่งจะคลายกังวลปัญหาอุปทานน้ำมันชะงักงันและ Supply Shortage รวมถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อสูง นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนในประเทศจากการเริ่มต้นใช้จ่ายในสัปดาห์แรกของไทยช่วยไทยพลัสซึ่งจะช่วยกระจายเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และ Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 69F เพียง 12.5 เท่า (-1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง) กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะไซด์เวย์และมีโอกาสพักฐาน กดดันจากผลฤดูกาลและดัชนีได้ปรับขึ้นร้อนแรงทำจุดสูงสุดใหม่ในสัปดาห์ก่อนจากกระแสลงทุนด้าน AI แต่คาด Downside ยังจำกัด โดย Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 69F เพียง 12.5 เท่า กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโต YoY ส่วน 2H69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC GULF MINT MTC TIDLOR SCGP

2. หุ้น Domestic & Laggard Value Play เน้นหุ้น Big-cap ที่ราคายังปรับขึ้นช้ากว่าตลาด ต่างชาติถือครองต่ำ อีกทั้งได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ และยังบริหารต้นทุนได้ดีท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE

3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

Trading Idea: 1. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT CENTEL HTC TRUE 2. หุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้า Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่เกิดวิกฤต ได้แก่ BDMS MINT HMPRO LH BEM  และ 3. หุ้น Anti-Oil & Reopening ซึ่งจะได้ประโยชน์หากการเจรจาสันติภาพมีความคืบหน้าเชิงบวก ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันปรับฐานและคลายกังวลปัญหา Supply Shortage โดยเน้นกลุ่มที่ราคาหุ้นยังต่ำกว่าก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง อาทิ  สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL) 
 
Daily Top Picks

CPALL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก Overhang ที่จบลง หลังผู้ถือหุ้นมีมติไม่อนุมัติแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ ส่วนการขยายระยะเวลาจำหน่ายแอลกอฮอลที่มีผลตั้งแต่ 29 พ.ค. จะสนับสนุน SSS และมาร์จิ้น ขณะที่ Valuation มีความน่าสนใจที่ PE 13.8x ซึ่งต่ำกว่ากลุ่มค้าปลีกที่ 15x เป้าหมายระยะสั้นที่ 48.75 บาท

HANA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก Sentiment บวกจาก Nvidia และ Microsoft เปิดตัวชิปประมวลผล N1X เจาะตลาดคอมพิวเตอร์รายย่อยให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ และจะเปิดตัวผ่านคอมพิวเตอร์และ Laptop รุ่นใหม่ของบริษัทต่างๆ คาดจะสนับสนุนคลื่นอุปสงค์ใหม่ในระยะต่อไป เป้าหมายระยะสั้นที่ 39.75 บาท
 
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 มิ.ย. 2569 เวลา : 12:57:05
03-06-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 3, 2026, 5:03 am