
นายศุภชัย บำรุงศรี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “จากกรณีที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการเร่งรัดภาษีอากรค้างกรณีที่เกิดจากการประเมินของเจ้าพนักงาน นั้น กรมสรรพากรขอเรียนว่าการเร่งรัดภาษีอากรค้างจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อพ้นกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน อย่างไรก็ดี หากผู้เสียภาษีไม่เห็นด้วยกับการประเมินและได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน หรือเมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว ผู้เสียภาษีก็ยังไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว และยื่นฟ้องคดีต่อศาลขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีอากร ภาษีอากรค้างตามการประเมินจะเป็นที่สุดเมื่อมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หรือเป็นที่สุดเมื่อมีคำพิพากษาในแต่ละชั้นศาล (ศาลภาษีอากรกลาง ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ หรือศาลฎีกาแล้วแต่กรณี) ทั้งนี้ ในระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หรือในระหว่างการพิจารณาของศาล เจ้าพนักงานมีอำนาจในการเร่งรัดภาษีอากรค้างตามปกติ เว้นแต่ ผู้เสียภาษีได้รับอนุมัติให้ทุเลาการชำระภาษีอากร โดยยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีอากรพร้อมทั้งวางหลักประกันตามที่กำหนด”

โฆษกกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเร่งรัดภาษีอากรค้าง มีขั้นตอน หลักเกณฑ์และวิธีการเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ตลอดจนมีผลใช้บังคับกับผู้เสียภาษีทุกรายโดยไม่คำนึงถึงจำนวนเงินภาษีอากรค้างแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อภาษีอากรค้างเป็นที่สุดเจ้าพนักงานจะต้องดำเนินการเร่งรัดตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง และในระหว่างการเร่งรัดดังกล่าว ประมวลรัษฎากรให้อำนาจในการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินทุกประเภทที่ตรวจพบ เช่น บัญชีเงินฝากธนาคาร หุ้น ที่ดิน หรือยานพาหนะ เป็นต้น เมื่อกระบวนการเร่งรัดถึงที่สุดแล้วแต่ยังได้รับชำระหนี้ไม่ครบถ้วน และไม่พบทรัพย์สินอื่นใดที่จะยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดได้ กรมสรรพากรก็จะดำเนินการยื่นฟ้อง ต่อศาลภาษีอากรกลางเพื่อตั้งสิทธิเรียกร้องหนี้ภาษีอากร หรือฟ้องคดีต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายต่อไป
อนึ่ง ในระหว่างการเร่งรัดภาษีอากรค้าง ไม่มีกฎหมายกำหนดให้ผู้เสียภาษีวางหลักทรัพย์เป็นประกันการชำระภาษีอากรค้าง เว้นแต่ เป็นความประสงค์ของผู้เสียภาษีที่จะขอผ่อนชำระภาษีอากรค้าง ก็จะต้องยื่นคำร้องขอผ่อนชำระพร้อมจัดหาหลักประกันการชำระหนี้ภาษีอากรให้เพียงพอกับจำนวน ภาษีอากรค้างชำระ”
หากมีข้อสงสัย สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161
ข่าวเด่น