หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET ชะลอความแรง Valuation ตึงตัว"



คาด SET แกว่งซึมลง หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ อาจย่อตัวตามหุ้น Tech สหรัฐฯ ที่วานนี้ปรับลดลง เช่นเดียวกับกลุ่มพลังงานต้นน้ำอาจได้รับแรงกดดันตามราคาน้ำมันที่ร่วงลง หลังอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง คาดปูทางไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะที่วันนี้ติดตามการรายงานตัวเลข NFPs ของสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ยก่อนการประชุม Fed กลางเดือนนี้ ทางเทคนิคดัชนีพุ่งแรง อาจมีแรงขายสลับออกมาบ้าง หากยืนเส้น 10 วันได้ยังดีอยู่

ประเด็นสำคัญ

• ราคา Brent ปรับลงสู่ระดับ US$93/bbl หลังอิสราเอล-เลบานอนสามารถตกลงหยุดยิงได้ แม้ยังมีการปะทะกันอยู่บ้างประปราย ด้านอิหร่านเผยการเจรจากับสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมตราบใดที่ยังมีการปะทะอยู่ มองบรรยากาศการลงทุนคลายตัวเล็กน้อย แต่ความเสี่ยงยังคงมีอยู่
 
• รัสเซียยอมรับกำลังการผลิตน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่องจากยูเครนที่โจมตีโรงกลั่นและท่าส่งออกตลอดช่วงที่ผ่านมา และล่าสุดรัสเซียระงับการส่งออกน้ำมันอากาศยานและเบนซิน ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวเป็นฤดูท่องเที่ยว ทำให้อุปสงค์สูงขึ้นตามฤดูกาล เป็นบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น (SPRC, TOP, BCP)
 
• รมว. พาณิชย์เผยจะนำทีมไทยแลนด์เข้าชี้แจงเพิ่มเติม หลังสหรัฐฯ ออกผลไต่สวนเบื้องต้นภายใต้ Section 301 และไทยอยู่ในกลุ่มอาจถูกเก็บภาษีอัตรา 12.5% ในวันที่ 6 ก.ค. 2569 โดยคาดจะทราบผลขั้นสุดท้ายในวันที่ 24 ก.ค. 2569 เป็น Overhang เล็กน้อยต่อกลุ่มส่งออก
 
• คณะนักธุรกิจฝรั่งเศส MEDEFi จาก 16 บริษัทเข้าหารือนายกฯ เพื่อสานต่อการเจรจาต่อจากการเยือนกรุงปารีส การลงทุนมุ่งเน้นไปที่ 5 อุตสาหกรรมอนาคต ได้แก่ การบินและอวกาศ, พลังงานสะอาด, เทคฯ ดิจิทัล, AI และควอนตัม เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มนิคมฯ, ชิ้นส่วนอิเล็กฯ และโรงไฟฟ้า
 
• BoJ ส่งสัญญาณจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 15-16 มิ.ย. นี้ เพื่อรับมือเงินเฟ้อสูง แม้สงครามตะวันออกกลางจะยังไม่ได้ข้อสรุป และหากปรับดอกเบี้ยขึ้นช้าเกินไป BoJ อาจถูกบีบให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในภายหลัง

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะไซด์เวย์และมีโอกาสพักฐาน จากปัจจัยฤดูกาล ประกอบกับดัชนีได้ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในสัปดาห์ก่อนจากกระแสลงทุนด้าน AI ซึ่งหนุนให้มีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี คาด SET ยังมี Downside จำกัด จากความคาดหวังสหรัฐฯ และอิหร่านจะหาข้อยุติสงครามได้ ซึ่งจะคลายกังวลปัญหาอุปทานน้ำมันชะงักงันและ Supply Shortage รวมถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อสูง นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนในประเทศจากการเริ่มต้นใช้จ่ายในสัปดาห์แรกของไทยช่วยไทยพลัสซึ่งจะช่วยกระจายเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และ Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 69F เพียง 12.5 เท่า (-1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง) กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะไซด์เวย์และมีโอกาสพักฐาน กดดันจากผลฤดูกาลและดัชนีได้ปรับขึ้นร้อนแรงทำจุดสูงสุดใหม่ในสัปดาห์ก่อนจากกระแสลงทุนด้าน AI แต่คาด Downside ยังจำกัด โดย Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 69F เพียง 12.5 เท่า กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโต YoY ส่วน 2H69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC GULF MINT MTC TIDLOR SCGP

2. หุ้น Domestic & Laggard Value Play เน้นหุ้น Big-cap ที่ราคายังปรับขึ้นช้ากว่าตลาด ต่างชาติถือครองต่ำ อีกทั้งได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ และยังบริหารต้นทุนได้ดีท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE

3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

Trading Idea: 1. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT CENTEL HTC TRUE 2. หุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้า Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่เกิดวิกฤต ได้แก่ BDMS MINT HMPRO LH BEM  และ 3. หุ้น Anti-Oil & Reopening ซึ่งจะได้ประโยชน์หากการเจรจาสันติภาพมีความคืบหน้าเชิงบวก ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันปรับฐานและคลายกังวลปัญหา Supply Shortage โดยเน้นกลุ่มที่ราคาหุ้นยังต่ำกว่าก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง อาทิ  สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL)

Daily Top Picks

KBANK: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามอิหร่านทำให้วัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสิ้นสุดลง และทำให้ NIM เข้าสู่จุดเปลี่ยน คาด NIM จะทำจุดต่ำสุดใน 2Q69 อีกทั้งได้อานิสงส์จากยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BoI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย หนุนให้สินเชื่อปี 2569 คาดจะเติบโต 1% เป้าหมายระยะสั้น 206 บาท

WHA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโมเมนตัมการเข้าลงทุนในไทย โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ที่มีความต้องการที่ดินและสาธารณูปโภคสูง และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมใหม่ที่ให้ความสนใจ คาดว่ายอดขายที่ดินปี 2569 ที่ 2,500 ไร่ จะสามารถทำได้ตามเป้า เป้าหมายระยะสั้น 5.15 บาท
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 มิ.ย. 2569 เวลา : 13:18:16
06-06-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 6, 2026, 8:11 am