.jpg)
(-/+) ราคานํ้ามันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับตัวลดลงหลังตลาดคาดโอกาสที่จะเกิดสงครามเต็มรูปแบบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนั้นลดน้อยลง แม้ว่าจะยังไม่มีการลงนามอย่างเป็นทางการก็ตาม อย่างไรก็ดี ทิศทางตลาดยังคงมีความผันผวนจากกระแสข่าวที่สวนทางกัน โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เผยการเจรจาหยุดยิงอยู่ในขั้นสุดท้ายและมีความคืบหน้าด้วยดี แต่ทางด้าน รมว.ต่างประเทศอิหร่านนายอับบาส อารัก กลับแย้งว่าการเจรจายังคงหยุดชะงัก
(-) ตลาดคลายกังวลข่าวลือเหตุระเบิดใกล้จุดทอดสมอเรือขนส่งน้ำมันในโอมาน ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบกว่า 8-9 แสนบาร์เรลต่อวัน หลังบริษัท Petroleum Development Oman (PDO) ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า "การดำเนินงานและโหลดน้ำมันทุกอย่างยังเป็นปกติและไม่มีการหยุดชะงัก" ส่งผลให้ความกังวลเรื่องอุปทานตึงตัวคลายลง
(+/-) ข้อมูลดัชนีแรงงานและยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตร (US Non-farm Payrolls)ของสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคม ระบุว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยยอดการจ้างงานปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 172,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่เหล่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า แม้ว่าสภาวะความตึงเครียดในอดีตจะส่งผลให้เกิดอัตราเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน แต่ระลอกตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งนี้ทำให้นักเศรษฐศาสตร์และธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งการคงดอกเบี้ยในระดับสูงจะส่งผลกระทบเชิงลบในระยะยาวต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และลดทอนความต้องการใช้น้ำมันดิบในอนาคต
ข่าวเด่น