
คาด SET แกว่งลงต่อ หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ คาดถูกกดดันตามหุ้น Tech สหรัฐฯ ที่ปรับลง ขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดหนัก อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด กองทัพสหรัฐฯ-อิหร่านโจมตีทางอากาศตอบโต้กัน ส่วนปากีสถานเตรียมถอนตัวจากการเป็นตัวกลางเจรจา คาดตลาดเข้าสู่ภาวะ Risk-off ประเด็นติดตามวันนี้ ก.คลัง ร่วมกับ ตลท., ก.ล.ต., FETCO หารือมาตรการ TISA รวมทั้งการประชุม คกก.ประชารัฐฯ ทบทวนหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิได้บัตรสวัสดิการฯ
ประเด็นสำคัญ
• สหรัฐฯ เผยภาวะเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ขยายตัว 4.2%YoY เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนและทำระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยแรงสนับสนุนหลักมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น กดดันให้ตลาดกังวลนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นเพื่อรับมือเงินเฟ้อ มองเป็นลบต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-off)
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นราว 2%DoD หลังปธน. ทรัมป์ขู่จะสั่งโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม โดยมุ่งเป้าหมายไปยังโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากอิหร่านใช้เวลาในการบรรลุข้อตกลงยุติสงครามนานเกินไป อีกทั้ง EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่าตลาดคาด ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่ม Anti-Oil แต่บวกต่อกลุ่มพลังงาน
• กกร. ปรับเพิ่มประมาณ GDP ไทยปี 2569 เติบโตเป็น 1.6-2.0% (เดิม 1.2-1.6%) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากเม็ดเงินไทยช่วยไทยพลัสมูลค่าราว 1.7 แสนลบ. และเพิ่มคาดการณ์การเติบโตส่งออกขึ้นเป็น 8-10% จากเดิมที่คาดจะไม่ขยายตัว พร้อมมองเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังผันผวนตามหลากปัจจัยรุมเร้า
• วันนี้ ตลท., ก.ล.ต., FETCO และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนจะเข้าหารือกับ รมว. คลังเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางและมาตรการต่างๆ ในการสนับสนุนการลงทุน โดยเฉพาะ TISA เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้เสียภาษี ระยะยาวมองบวกต่อความเชื่อมั่นลงทุน และหุ้น Big Cap ที่มี ESG Rating สูง
• วันนี้ (14.00 น.) JAS เตรียมแถลงข่าวคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด World Cup 2026 ขณะที่คืนนี้จะมีการเปิดสนามแข่งขันอย่างเป็นทางการ มองเป็น Sentiment บวกต่อการเก็งกำไรระยะสั้นสำหรับ JAS และ MONO รวมถึงหุ้นในห่วงโซ่อุปทานที่ได้ประโยชน์จากกระแสฟุตบอลโลกอย่าง CPALL CPAXT MINT HTC TRUE
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่และทางเทคนิคเริ่มตึงตัวในเขต Overbought โดยหากดัชนีเข้าใกล้แนวต้าน 1600/1620 จุด แนะนำให้พิจารณาแบ่งขายทำกำไรระยะสั้นในหุ้นที่ปรับขึ้นมาแรง แล้วรอจังหวะกลับเข้าสะสมใหม่เมื่อดัชนีย่อตัวลงมาทางแนวรับที่ 1,540-1,550 จุด ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญติดตาม คือ การเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจกลับมาสร้างความกังวลเรื่อง Supply Shortage และเงินเฟ้อพุ่งสูง อย่างไรก็ดี คาดดัชนีจะมี Downside ที่จำกัด เนื่องจาก Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 69F อยู่ที่ 13 เท่า (-1SD) เอื้อให้เกิดแรงซื้อคืนในลักษณะ Sector Rotation เข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET มีโอกาสพักฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่และทางเทคนิคเริ่มตึงตัวในเขต Overbought อย่างไรก็ดี คาด Downside จำกัด โดยจะเกิด Sector Rotation ในกลุ่มที่ยัง Laggard กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโต YoY ส่วน 2H69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC GULF MINT MTC TIDLOR SCGP
2. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
Trading Idea: 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT HTC TRUE 2) หุ้น Domestic & Laggard Value Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE BDMS 3) หุ้น Anti-Oil & Reopening ซึ่งคาดได้ประโยชน์หากการเจรจาสันติภาพมีพัฒนาการเชิงบวกและราคาหุ้นยังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT) และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากถูกนำเข้าคำนวณ SET50 (BCP MRDIYT TFG THAI) / SET100 (MRDIYT THAI THCOM TVO WHAUP) ในรอบ 2H69 (ประกาศกลาง มิ.ย. 69) ขณะที่ระมัดระวังแรงขายหุ้นที่คาดถูกนำออกจาก SET50 (BTS CBG CENTEL SAWAD) และ SET100 (DOHOME GFPT JAS JMART SISB)
Daily Top Picks
TLI: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับขึ้นสนับสนุนรายได้จากการลงทุน กำไรสุทธิปี 2569 คาดจะเติบโต 13% สนับสนุนจากกำไรธุรกิจประกันภัยและผลตอบแทนจากการลงทุนที่มีแนวโน้มดีขึ้น Valuation มีความน่าสนใจ โดย PE 2569F ที่ระดับ 9 เท่า เป้าหมายระยะสั้นที่ 11.50 บาท
TRUE: ปัจจัยกระตุ้นจากการดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบจำกัดจากปัจจัยภายนอกและมีอำนาจการตั้งราคาสูงท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ กำไรสุทธิปี 2569 มีแนวโน้มเติบโต 35% ขณะที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลใหม่เป็นการจ่ายรายไตรมาส สะท้อนความแข็งแกร่งของการจัดการกระแสเงินสด เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.10 บาท
ข่าวเด่น