หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งตัว จับตาประชุมธนาคารกลาง"


คาด SET แกว่ง sideways-up ตลาดรับรู้ประเด็นบวกข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านไปมากแล้ว ทำให้แรงส่งจำกัด คาดจะเห็น sector rotation สลับกลุ่มไปยังหุ้นที่ Laggards ขณะที่หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ อาจมีแรงหนุนระยะสั้นตามหุ้นกลุ่ม Tech สหรัฐฯ คาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประชุม ธนาคารกลางโดยวันนี้จะเป็น BoJ ตามด้วย Fed และ BoE ช่วงกลางสัปดาห์ ส่วนการประชุม ครม.วันนี้จะมีการเสนอการรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 70 ทางเทคนิคดัชนีย่อพักตัวสลับช่วงสั้น แต่ภาพรวมยังดีอยู่

ประเด็นสำคัญ

• ปธน. ทรัมป์ เผยสหรัฐฯ-อิหร่าน ลงนามข้อตกลงยุติสงครามสำเร็จ เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบในวันศุกร์นี้ โดยจะเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงทั้งหมดใน 48 ชม. มองบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-Oil จากราคาน้ำมันดิบปรับลง แต่ลบระยะสั้นต่อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

• นายกฯ เผยการกู้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนลบ. จะเป็นการกู้เงินในรูปสกุลเงินบาทและบริหารอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 1.2% ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายต่ำลงและดีต่อเสถียรภาพทางการคลัง หากราบรื่นจะหนุนให้เกิดการลงทุนตามแผน มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาฯ, วัสดุก่อสร้าง, นิคม และโรงไฟฟ้า

• รมว. คมนาคมตั้งเป้าดันไทยขึ้น Aviation Hub ปี 2572 เร่งขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร ชี้ปริมาณขนส่งสินค้าคาดปีนี้ทะลุ 2.3 ล้านตันจาก E-commerce พร้อมเตรียมชง ครม. อนุมัติ AOTGA บริหารคลังสินค้าและบริการภาคพื้นรายที่ 3 ภายใน ก.ค. 69 มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และนิคม

• ราคาอะลูมิเนียมดิ่งต่ำสุดในรอบ 2 เดือน รับข่าวดีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งอุปทานอะลูมิเนียมราว 10% จากตะวันออกกลาง คลายกังวลเรื่อง Supply Chain Disruption มองบวกระยะสั้นต่อกลุ่มเครื่องดื่ม (CBG OSP) จากต้นทุนบรรจุภัณฑ์กระป๋องอะลูมิเนียมที่จะปรับตัวลดลง

• ครม. เตรียมเสนองบประมาณปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านลบ. เข้าสภาฯ คาดเข้าวาระ 1 วันที่ 29 มิ.ย.–1 ก.ค. 69 และวาระ 2-3 ช่วง ก.ค.-ก.ย. นี้ มั่นใจเบิกจ่ายทัน ต.ค. นี้ มองบวกต่อกลุ่มที่พึ่งพาการเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐอย่างกลุ่มรับเหมาฯ, วัสดุก่อสร้าง และกลุ่มผู้ให้บริการ/ปรึกษาด้านไอที-เทคโนโลยี

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสปรับขึ้นทะลุผ่านแนวต้าน 1640 จุด เพื่อสร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ โดยคาดเม็ดเงินจะมีลักษณะ Sector Rotation หลังปัจจุบันดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้น Big Cap. อย่าง DELTA เป็นหลัก ทำให้ภาพรวมหุ้นอื่นๆ ยังปรับขึ้นจำกัด โดยมอง Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 26F อยู่ที่ 12.5 เท่า (-1SD) ซึ่งเอื้อให้เกิดเม็ดเงินสลับกลุ่มเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ ขณะที่ปัจจัยติดตาม ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด โดยแม้ตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75% แต่ไฮไลท์จะอยู่ที่ Dot Plot เพื่อดูทิศทางดอกเบี้ยช่วง 2H26 รวมถึงติดตามความคืบหน้าเซ็น MoU ยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET มีโอกาสปรับขึ้นเพื่อสร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ โดยเม็ดเงินจะสลับเข้าซื้อหุ้น Laggard ที่ได้อานิสงส์จากความคืบหน้าการเซ็น MoU ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ขณะที่ปัจจัยสำคัญติดตาม คือทิศทางดอกเบี้ยผ่าน Dot Plot ของเฟด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

2. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

3. หุ้นเด่น 3Q26 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA

Trading Idea: 1) Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าเซ็น MoU สันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยเน้นหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ  สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL)  2) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE BDMS 3) Hawkish & Baht Depreciation Play โดยคาดเฟดอาจขยับขึ้น Dot Plot (คงดอกเบี้ยนานขึ้น) ดันให้ Bond Yield สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มประกันชีวิต (BLA, TLI) และกลุ่มส่งออก (TU, ITC) และ 4) World Cup 2026 Play ซึ่งได้โมเมนตัม บวกจากกระแสฟุตบอลโลก ได้แก่ CPALL CPAXT MINT HTC TRUE

Daily Top Picks

AOT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสงครามที่สามารถยุติลง ผ่อนคลายความตึงเครียดและสนับสนุนบรรยากาศการท่องเที่ยว การปรับขึ้นค่า PSC ระหว่างประเทศที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. จะเป็นอีกแรงสนับสนุนต่อผลประกอบการ FY2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 60.25 บาท

CBG: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนอะลูมิเนียม, ก๊าซฯ และน้ำมัน ลดแรงกดดันด้านต้นทุน และสภาพอากาศร้อนจากปรากฏการณ์ El Nino หนุนปริมาณการบริโภค ประเมินยอดขายปี 2569 จะเติบโต 4.7% สนับสนุนจากยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่ง เป้าหมายระยะสั้นที่ 42.00 บาท
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 16 มิ.ย. 2569 เวลา : 10:42:12
16-06-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 16, 2026, 1:50 pm