
คาด SET แกว่ง sideways-up ตลาดยัง sector rotation เลือกลงทุนเป็นรายหุ้นที่มีปัจจัยบวก เนื่องจากภาพรวมขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ ขณะที่ปัจจัยเดิมนั้นตลาดรับรู้ไปมากแล้ว แม้ราคาน้ำมันปรับลงต่ออาจช่วยคลายกังวลเงินเฟ้อช่วงสั้น แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากแนวโน้ม Fed ขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด สะท้อนจาก Bond Yield ที่พุ่งขึ้น จึงต้องจับตาดูการประชุม กนง. ในสัปดาห์หน้าว่าจะมีความเห็นต่อทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร ทางเทคนิคดัชนีแกว่งผันผวนในกรอบ แต่ภาพรวมยังคงดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• รองปธน. สหรัฐเผยเรือบรรทุกน้ำมันที่บรรทุกน้ำมันรวมมากกว่า 12 ล้านบาร์เรล ได้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มต้นสงคราม ด้านคูเวตประกาศจะเพิ่มกำลังการผลิต มองบวกต่อหุ้นกลุ่ม Anti-Oil อย่างสายการบิน (AAV BA) และค้าปลีกน้ำมัน (OR)
• FedWatch Tool บ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ 72% ที่เฟดจะปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 25bps สู่ระดับ 3.75-4.00% ใน ก.ย. 69 หลังเกิดภาวะเงินเฟ้อสูง มองเป็น Sentiment ลบระยะสั้นต่อกลุ่มอสังหา ไฟแนนซ์ และหุ้นที่มีหนี้สูง แต่บวกต่อกลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) และประกันชีวิต (TLI BLA)
• S&P Global Ratings คงอันดับเครดิตไทยที่ระดับ BBB+ และมุมมอง “มีเสถียรภาพ” หนุนจากเสถียรภาพการเมืองซึ่งทำให้การดำเนินนโยบายมีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจหนุนดึงดูดความเชื่อมั่นและเม็ดเงินเข้าลงทุน มองระยะยาวเป็นบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA)
• ครม. นัดพิเศษเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2570 วงเงิน 3.79 ล้านลบ. และหลักการร่าง พ.ร.บ. โอนงบฯ ปี 2569 วงเงิน 1.03 หมื่นลบ. เข้างบกลางฯ ซึ่งจะมีการนำเสนอเข้าสู่ประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้า มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มรับเหมาฯ (STECON CK) และวัสดุก่อสร้าง (SCC SCCC TASCO)
• ครม. นัดพิเศษเห็นชอบขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ส.ค. เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์และลดแรงกดดันต่อราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศ มองบวกต่อกลุ่มผู้ผลิตเนื้อสัตว์ (CPF BTG GFPT)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ 1550-1620 จุด โดยคาดจะมีลักษณะ Sector Rotation หลังปัจจุบันดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้น Big Cap. อย่าง DELTA เป็นหลัก ทำให้ภาพรวมหุ้นอื่นๆ ยังปรับขึ้นจำกัด ส่วน FOMC มีมติคงดอกเบี้ยสั้นที่ 3.50-3.75% ตามตลาดคาด แต่ล่าสุด Dot Plot ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งปีนี้ ซึ่งจะจำกัด Upside ของสินทรัพย์เสี่ยงและสร้างความผันผวนต่อ Fund Flow ในระยะสั้น อย่างไรก็ดี ล่าสุดสหรัฐลงนามข้อตกลงชั่วคราวกับอิหร่านอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกหนุนบรรยากาศลงทุนและลดแรงกดดันต่อราคาพลังงานในระยะถัดไป กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET ผันผวนในกรอบ โดยคาดเม็ดเงินไหลเข้าเก็งกำไรกลุ่ม Laggard ที่ได้อานิสงส์จากการลงนาม MoU สันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการที่ Dot Plot ของเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
2. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
3. หุ้นเด่น 3Q26 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA
Trading Idea: 1) Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการเซ็น MoU สันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐและอิหร่านแล้ว โดยเน้นหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL) 2) Hawkish & Baht Depreciation Play หลัง Dot Plot ของเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ดันให้ Bond Yield สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มประกันชีวิต (BLA, TLI) และกลุ่มส่งออก (TU, ITC) 3) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE BDMS และ 4) World Cup 2026 Play ซึ่งได้โมเมนตัม บวกจากกระแสฟุตบอลโลก ได้แก่ CPALL CPAXT MINT HTC TRUE
Daily Top Picks
KBANK: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามอิหร่านทำให้วัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสิ้นสุดลง และทำให้ NIM เข้าสู่จุดเปลี่ยน คาด NIM จะทำจุดต่ำสุดใน 2Q69 อีกทั้งได้อานิสงส์จากยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BoI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย หนุนให้สินเชื่อปี 69 คาดจะเติบโต 1% เป้าหมายระยะสั้น 210 บาท
HANA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโมเมนตัมการปรับขึ้นของหุ้นเทคฯ โลก การผลิต AI Solid-state Cooling Device ให้ Phononic คาดจะเริ่มใน ก.ค. 69 และได้คำสั่งซื้อใหม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ AI-related อีก 2 รายการ คาดจะเริ่มผลิตได้ใน 2Q-4Q70 ผลประกอบการ 2H69 จะเติบโตก้าวกระโดด เป้าหมายระยะสั้น 39.50 บาท
ข่าวเด่น