
(+) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังอิหร่านยังคงมีมาตรการควบคุมเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคปฮอร์มุซอย่างเข้มงวด โดยจำเป็นต้องได้รับการตรวจ โดยหน่วยงาน PGSA ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพ IRGC ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในระดับที่จำกัด อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังถือว่าอยู่ในระดับที่ลดลงราว 8% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าหลังอิสราเอล และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์บรรลุข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน ณ วันที่
19 มิ.ย. 69
(-) นักวิเคราะห์คาดการเซ็นต์สัญญายุติสงครามชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะทำให้น้ำมันดิบราว 85 ล้านบาร์เรลจากภูมิภาคตะวันออกกลาง กลับสู่ตลาดโลก รวมถึงอาจทำให้สหรัฐฯ ผ่อนปรนการคว่ำบาตรน้ำมันดิบอิหร่าน ซึ่งจะทำให้อุปทานน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ราว 20% ของน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติผ่านช่องแคปฮอร์มุซ และการฟื้นฟูอุปทานในช่องแคปดังกล่าวอาจใช้ระยะเวลาราว 2-3 เดือน อย่างไรก็ดี สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง หลังช่วงสุดสัปดาห์อิหร่านกลับมาปิดช่องแคปฮอร์มุสอีกครั้ง
(-) Citibank คาดมีโอกาส 60% ที่อุปทานน้ำมันดิบจะกลับมาสู่ระดับปกติ และสมดุลน้ำมันดิบเข้าสู่ภาวะล้นตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงภายใน 12 เดือน จนถึงไตรมาส 1 ปี 70 อยู่ที่ระดับ 60-65 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ Commerzbank เผยราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจลดลงสู่ระดับ 80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ภายในปี 69 และยังคงสูงกว่าช่วงก่อนสงคราม
(-) Baker Hughes เผยจํานวนแท่นขุดเจาะนํ้ามันดิบสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 18 มิ.ย. 69 ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า อยู่ที่ระดับ 433 แท่น ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ปรับเพิ่ม 1 แท่น อยู่ที่ระดับ 122แท่น
ข่าวเด่น