(-) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับตัวลดลง หลังสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านเป็นระยะเวลา 60 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของอิหร่าน นอกจากนี้รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยการเจรจากับอิหร่าน ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. 69 ดำเนินไปอย่างราบรื่น สำหรับการเจรจาข้อตกลงสันติภาพในขั้นตอนสุดท้าย รวมทั้งมีการเจรจากลไกที่จะยุติการโจมตีเลบานอนของอิสราเอล เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในเส้นทางการเดินเรือ และสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายยังคงไม่มีการหารือเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน
(-) สัญญาณการจราจรทางน้ำและอุปทานน้ำมันดิบเริ่มฟื้นตัว หลังข้อมูลการเดินเรือเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงเรือน้ำมันดิบจำนวน 2 ลำ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ประเทศคูเวต อิรัก และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เริ่มมีการเสนอขายน้ำมันดิบให้กับลูกค้ามากขึ้น โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา รัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันของอิรัก ได้แถลงว่าประเทศอิรักได้ทำการวางแผนที่จะฟื้นฟูการผลิตน้ำมันดิบอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยคาดว่าจะสามารถปรับเพิ่มกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 4.2 - 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
(-/+) นักวิเคราะห์รายหนึ่งคาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น 2 - 3 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงสี่สัปดาห์แรก หลังสิ้นสุดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย และอาจมีการฟื้นตัวได้อีก 2.0 - 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในไตรมาสที่ 3ของปี 2026 ขึ้นอยู่กับสเถียรภาพของตะวันออกกลางในอนาคต โดยการฟื้นตัวนี้ได้แรงหนุนจากช่องทางโลจิสติกส์ที่กลับมา อย่างไรก็ตามอุปทานน้ำมันดิบในภูมิภาคตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะหายไปแบบถาวร 1 - 2 ล้านบาร์เรลต่อวันจากโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกโจมตี
ข่าวเด่น