หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งขึ้น เจรจาบรรลุ - ฮอร์มุซเปิด"


คาด SET แกว่งขึ้น หนุนจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น ปูทางไปสู่ข้อตกลงฉบับสุดท้ายภายใน 60 วัน ด้านสหรัฐฯ ยืนยันว่ามีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และอนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันชั่วคราว ส่งผลน้ำมันร่วงลง หนุน sentiment ลงทุนเชิงบวก ประเด็นในประเทศวันนี้ รัฐบาลเปิดตัวโครงการ Thailand Fast Pass ปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมายและการลงทุน ทางเทคนิคดัชนีแกว่งตัวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน หากกลับไปยืนเหนือได้เป็นสัญญาณที่ดีขึ้น

ประเด็นสำคัญ

• รมว. คลังสหรัฐฯเผยสหรัฐอนุญาตให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมันชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านคืบหน้าและช่องแคบฮอร์มุซได้เปิดให้มีการสัญจรแล้ว ทำให้ราคา Brent ลดลง 3% สู่ราว US$78 ต่อบาร์เรล มองลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ แต่บวกต่อกลุ่ม Anti-oil

• นายกฯ ผนึกเอกชน กางโรดแมป 12 ปี ดันไทยประเทศรายได้สูง เร่ง 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตั้งเป้าท็อป 20 อันดับขีดความสามารถการแข่งขันภายใน 4 ปี ชู "4 เครื่องยนต์หลัก" ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล-การค้าการท่องเที่ยว-ทุนมนุษย์-ปลดล็อกกฎหมาย มองบวกต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนและช่วยหนุน FDI ในระยะยาว

• กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างหารือเพื่อสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยเตรียมรูปแบบการอุดหนุนให้กระทรวงการคลังพิจารณาไว้ 2-3 รูปแบบผ่านสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อกับผู้ซื้อรถ มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มธนาคารที่มีสัดส่วนพอร์ตเช่าซื้อรถยนต์สูง (KKP, TISCO)

• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนเพิ่มขึ้น 4.4%WoW ที่ 508,133 คน หนุนจากกลุ่มจีนและไต้หวันที่เข้าสู่ช่วงเทศกาลไหว้บะจ่าง และกลุ่มตลาดระยะไกลที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางยังคืบหน้าดี มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT)

• รมว. คมนาคม เผยจะเดินหน้าโครงการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า โดยจะให้ รฟม. เป็นเจ้าของเพียงผู้เดียวเพื่อบริหารจัดการราคาตั๋วร่วม ล่าสุดได้หารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับแนวทางจัดหาเงินทุน เปิดกองทุน TTF วงเงิน 2 แสนลบ. ตั้งเป้าใช้เวลาระดมทุนภายในปี 2571

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ 1,550-1,620 โดยคาด Upside จะถูกจำกัดจากท่าทีเฟดที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง และความไม่แน่นอนในการยุติสงครามหลังยังมีการสู้รบระหว่างอิสราเอลและเลบานอน อย่างไรก็ดี มองมีโอกาสที่เม็ดเงินจะสลับหมุนเข้าสู่กลุ่ม Real Sector ที่ราคายัง Laggard ซึ่งน่าจะช่วยประคองตลาดและชดเชยแรงขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับขึ้นแรงช่วงก่อนหน้า โดยหากพิจารณา Valuation SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี P/E 26F อยู่ที่ราว 13x (-1SD) สะท้อนว่าหุ้นส่วนใหญ่ยังปรับขึ้นจำกัด ส่วนการประชุม กนง. ตลาดคาดคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ผันผวนในกรอบ โดยคาดมีโอกาสที่เม็ดเงินจะสลับหมุนเข้าสู่กลุ่ม Real Sector ที่ราคายัง Laggard ภายใต้การเฝ้าระวังความไม่แน่นอนของการยุติสงครามในตะวันออกกลาง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

2. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

3. หุ้นเด่น 3Q26 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA

Trading Idea: 1) Yield Play หลัง Dot Plot ของเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ดันให้ Bond Yield สหรัฐฯ สูงขึ้น ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB ) กลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI) 2) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation และ Short Covering ได้แก่ BDMS MINT HMPRO BEM CPALL 3) Fiscal Policy Play ซึ่งจะได้อานิสงส์หากมีการอนุมัติ พ.ร.บ. งบฯ ปี 2570 ได้แก่ รับเหมาฯ (STECON CK) และวัสดุก่อสร้าง (SCC SCCC TASCO) และ 4) Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์จากสงครามอิหร่านยุติชั่วคราว โดยเน้นหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) การแพทย์ (BH BDMS) ค้าปลีกน้ำมัน (OR) เครื่องดื่ม (CBG OSP) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL)

Daily Top Picks

BBL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้วงจรการลดอัตราดอกเบี้ยสิ้นสุดลง คาดทำให้ NIM จะทำจุดต่ำใน 2Q69 และสินเชื่อเติบโตแข็งแกร่ง YTD แข็งแกร่ง ขณะที่ได้อานิสงส์จากกระแสการเข้าลงทุนในไทยสนับสนุนการเติบโตสินเชื่อ เป้าหมายระยะสั้น 185.00 บาท

WHA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการโครงการ Thailand FastPass และกระแสการเข้าลงทุน Data Center และตั้งฐานการผลิต หนุนความต้องการที่ดิน, สาธารณูปโภค และโลจิสติกส์ คาดกำไรสุทธิปี 2569 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 5.5 พันลบ. (+7.7%YoY) เป้าหมายระยะสั้น 5.20 บาท


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 มิ.ย. 2569 เวลา : 11:26:57
23-06-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 23, 2026, 7:43 pm