
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้ามาตรการเชิงรุกปราบปรามธุรกิจนอมินีในพื้นที่ชายแดน ล่าสุดส่งทีมปราบนอมินีบูรณาการความร่วมมือกับคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายในจังหวัดตาก ลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงในอำเภอแม่สอดและอำเภอท่าสองยาง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนที่มีการลงทุนจากต่างชาติจำนวนมาก เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือ ‘นอมินี’ อันเป็นการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมายและส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า กรมฯ เร่งเดินหน้ามาตรการเชิงรุกตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ชายแดน หลังพบจังหวัดตากเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการลงทุนของชาวต่างชาติจำนวนมาก สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กอรมน. จังหวัดตาก (ท.) สำนักงานจังหวัดตาก ตำรวจภูธรจังหวัดตาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก สำนักงานที่ดินจังหวัดตาก สำนักงานขนส่งจังหวัดตาก สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตาก สำนักงานเกษตรจังหวัดตาก สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตาก สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตาก และสำนักงานจัดหางานจังหวัดตาก โดยเข้าตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงจำนวน 4 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจถือครองที่ดิน และโรงงานแปรรูปและรับซื้อบุก

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลสำคัญ อาทิ สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ โครงสร้างผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท แหล่งที่มาของเงินลงทุน เอกสารทางบัญชี การเสียภาษี และการบริหารจัดการกิจการ เพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของธุรกิจที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ถือหุ้นไทยและต่างชาติว่ามีลักษณะเข้าข่ายการถือหุ้นแทนหรือไม่ ขณะเดียวกัน สำนักงานที่ดินจังหวัดตากได้ร่วมตรวจสอบสิทธิการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ส่วนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตากได้ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์เชิงลึกในขั้นตอนต่อไป
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า จังหวัดตากมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่จำนวน 3,244 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 14,466 ล้านบาท โดยอำเภอแม่สอดเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด มีนิติบุคคลตั้งอยู่ถึง 2,080 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 64 ของนิติบุคคลทั้งหมด สะท้อนบทบาทของแม่สอดในฐานะประตูการค้าและการลงทุนที่สำคัญเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
จากการวิเคราะห์โครงสร้างการถือหุ้น พบว่านิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นกับคนไทยในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 49.99 มีจำนวน 224 ราย โดยกระจุกตัวอยู่ในอำเภอแม่สอดถึง 203 ราย ขณะที่นิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป มีจำนวน 10 ราย ซึ่งครึ่งหนึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่สอดเช่นกัน แม้การถือหุ้นร่วมกันระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติจะสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย แต่หากพบว่าคนไทยเป็นเพียงผู้ถือหุ้นในนาม ไม่มีส่วนร่วมในการลงทุน ไม่มีอำนาจบริหารจัดการ หรือใช้เงินทุนของชาวต่างชาติในการซื้อหุ้น อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
จังหวัดตากถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการค้า การขนส่ง และการลงทุนชายแดนที่มีศักยภาพสูง จึงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การถือครองที่ดิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งกฎหมายกำหนดเงื่อนไขและข้อจำกัดเกี่ยวกับสิทธิของคนต่างด้าวไว้อย่างชัดเจน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบเชิงลึกและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือการประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ และรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“การลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดตากครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการป้องกันและปราบปรามการใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางการถือครองธุรกิจของคนต่างด้าว โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่มีการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว การปราบปรามนอมินีไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นการรักษาความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ คุ้มครองผู้ประกอบการไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการลงทุนของประเทศในระยะยาว” อธิบดีพูนพงษ์ กล่าวสรุป
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์
ข่าวเด่น