
คาด SET แกว่ง sideways-up ปัจจัยแวดล้อมยังทรงตัว คาดตลาดจะยัง sector rotation ต่อ และคาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับผลประกอบการ บจ. 2Q69 มากขึ้น ขณะที่การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน แม้จะเป็นการเจรจาผ่านคนกลาง แต่ก็มีความคืบหน้าและอาจยกระดับไปสู่การเจรจาระดับสูงในภายหลัง ประเด็นติดตามวันนี้ การประชุมสภาฯ พิจารณางบฯ ปี 2570 วาระแรก ซึ่งจะมีการลงมติรับหลักการในช่วงเย็น ทางเทคนิคดัชนีปรับขึ้นต่อในกรอบ uptrend อาจมีย่อพักตัวสลับบ้างแต่ภาพรวมยังดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• ธปท. เผยภาพเศรษฐกิจ พ.ค. ทรงตัว แรงหนุนจากตลาดท่องเที่ยวระยะไกล การบริโภคและการลงทุนเอกชนฟื้น คาดดุลบัญชีเดินสะพัดทยอยปรับดีขึ้นใน 2H69 เหตุนำเข้าน้ำมันลดลงและเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีก
• ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลาลดค่าโอน-จดจำนองอสังหาฯ มูลค่าไม่เกิน7 ลบ. เหลือ 0.01% อีก 1 ปี ถึง มิ.ย. 70 มองบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มอสังหาที่เจาะตลาดระดับกลาง เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในวันโอน แต่อาจยังไม่ใช่ปัจจัยหลักกระตุ้นอุปสงค์
• สหรัฐฯ เผยจำนวนตำแหน่งงานว่าง (JOLTs) พ.ค. ที่ 7.59 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าตลาดคาด สะท้อนตลาดแรงงานแข็งแกร่ง มองปัจจัยนี้จะกดดันให้ตลาดกังวลเฟดตรึงดอกเบี้ยสูงนานและดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า
• Fitch เตือนธุรกิจไทยมีสัดส่วนการกู้ยืมสูงที่สุดในเอเชีย ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและเศรษฐกิจชะลอตัว ท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่ไม่แน่นอน โดยมีมุมมองเป็นลบต่อกลุ่มปิโตรเคมีและอสังหาฯ
• คืนนี้จับตาถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด บนเวที ECB ซึ่งถือเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง เพื่อดูนโยบายการเงินในครึ่งปีหลัง ซึ่งหากมุ่งคุมเงินเฟ้อ (Hawkish) อาจทำให้ตลาดลดความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยลง และจำกัดอัพไซด์ของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1565 – 1620 จุด โดยตลาดมีแนวโน้มจะเผชิญแรงกดดันจากการปรับสัดส่วนลงทุนใน DELTA ของกองทุนอิงดัชนี และการทำ Window Dressing ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ผสานกับปัจจัยต่างประเทศจากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่กลับมาปะทุขึ้นและความกังวลเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินตึงตัว อย่างไรก็ดี ยังคาดหวังมีแรงซื้อช่วยพยุงจากการทำ Sector Rotation ในกลุ่มหุ้น Laggard/Defensive/มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ขณะที่ในประเทศยังมีปัจจัยบวกจากความคืบหน้าจัดทำร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2570 และการเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass ที่ช่วยเร่งการเบิกจ่ายภาครัฐและดึงดูดเม็ดเงิน FDI กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET ผันผวนในกรอบ โดยแม้คาดถูกกดดันจากแรงปรับพอร์ตหุ้น DELTA, Window Dressing ปลาย มิ.ย. รวมทั้งกังวลดอกเบี้ยเฟดและความตึงเครียดตะวันออกกลาง แต่ยังหวังแรงหนุนจาก Sector Rotation กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
2. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
3. หุ้นเด่น 3Q26 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA
Trading Idea: 1) Weak Baht Play ซึ่งได้อานิสงส์จากเงินบาทอ่อนตามนโยบายการเงินของเฟดที่ตึงตัว ได้แก่ กลุ่มส่งออกอาหาร (TU ITC) อิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE) และกลุ่มท่องเที่ยว (AOT MINT) 2) El Niño Play หุ้นที่ได้อานิสงส์จากสภาพอากาศร้อนหนุนยอดขาย ได้แก่ กลุ่มจำหน่ายเครื่องดื่ม (CBG OSP ICHI) และกลุ่มจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น (HMPRO GLOBAL) 3) Yield Play ซึ่งได้ประโยชน์จากสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงและ Bond Yield ทรงตัวสูง ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI) และ 4) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation และ Short Covering ได้แก่ BDMS MINT HMPRO BEM CPALL TIDLOR MTC
Daily Top Picks
ADVANC: ราคาหุ้น Laggard ในช่วงที่ผ่านมาและคาดเป็นหนึ่งในเป้าหมายของกระแสเงินทุนไหลเข้ารอบนี้ ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากผู้ใช้ทยอยขยับใช้แพ็กเกจราคาสูงขึ้น ช่วยสนับสนุน ARPU และต้นทุนประมูลคลื่นที่ลดลง เป้าหมายระยะสั้นที่ 378.00 บาท
HANA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นตามการฟื้นตัวของราคาหุ้นเทคฯ โลก การผลิต AI Solid-state Cooling Device คาดจะเริ่มใน ก.ค. 2569 และจะเร่งการผลิตใน 1Q70 และได้คำสั่งซื้อใหม่ผลิตภัณฑ์ AI-related อีก 2 รายการ คาดจะเริ่มผลิตได้ใน 2Q-4Q70 เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.25 บาท
ข่าวเด่น