หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET พักตัว จับตา NFPs สหรัฐฯ คืนนี้"


คาด SET แกว่งพักตัวตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดภูมิภาคเช้านี้ อีกทั้งในระยะนี้ยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ ทำให้คาดว่าตลาดน่าจะสลับจากหุ้นที่ปรับขึ้นไปมากมายังหุ้นที่ยัง laggard หรือมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ประเด็นติดตามในประเทศวันนี้ สภาฯ พิจารณา พ.ร.บ.โอนงบฯ ปี 69 วาระ 2 และ 3 ส่วนต่างประเทศคืนนี้จับตาการรายงานตัวเลข NFPs มิ.ย. ของสหรัฐฯ ซึ่งจะบ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ย Fed ทางเทคนิคดัชนีย่อพักตัวสลับ โดยอาจกลับลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น แต่ภาพรวมยังดีอยู่

ประเด็นสำคัญ

• ปธน. ทรัมป์ ยืนยันจะใช้มาตรการทางการทูตต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายการเจรจากับอิหร่านที่ชะงักงัน แม้ รมว. กลาโหมเสนอปฏิบัติการทางทหารเป็นอีกทางเลือก โดยตั้งเป้าจะบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ภายในวันที่ 18 ส.ค. ทำให้ราคา Brent ลดลงสู่ระดับ US$71/bbl มองบวกต่อกลุ่ม Anti-Oil

• ประธานเฟดเผยความเสี่ยงเงินเฟ้อลดลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาตามราคาพลังงานที่ผ่อนคลาย และคงดำเนินแนวทางไม่ส่ง Forward Guidance พร้อมมุ่งมั่นที่จะดึงให้อัตราเงินเฟ้อกลับคืนสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% มองช่วยลดแรงกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงและค่าเงินบาทในระยะสั้น

• สภาผู้แทนฯ มีมติ 288-119 รับหลักการร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2570 ในวาระที่ 1 ด้าน รมว. คลังเผยจะใช้เครื่องมือต่างๆ เพิ่มเติม เช่น งบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ราว 2.7 แสนลบ. เพื่อเร่งลงทุนด้านพลังงานสะอาดและ Smart Grid และตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพด้านเศรษฐกิจกลับสู่ระดับ 3% มองบวกต่อกลุ่มรับเหมา วัสดุก่อสร้าง และโรงไฟฟ้า

• สนพ. เผย ช่วง 3M69 ไทยใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.1%YoY สอดคล้องกับการเติบโต GDP 1Q69 ที่ 2.8%YoY ส่วนการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายเพิ่มขึ้น 4.5% หนุนจากการใช้น้ำมันสำเร็จรูปและไฟฟ้า ยืนยันการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมันและโรงไฟฟ้า

• คืนสหรัฐฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินโครงข่ายไฟฟ้าเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ครอบคลุมโครงข่ายไฟฟ้าที่สุดในประเทศ หลังเผชิญคลื่นความร้อนและทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูง ขณะที่กำลังการผลิตมีจำกัด มองเป็น Sentiment เชิงบวกทางอ้อมต่อกลุ่มที่มีการลงทุนในโรงไฟฟ้าสหรัฐฯ (BCPG GULF EGCO)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1565 – 1620 จุด โดยตลาดมีแนวโน้มจะเผชิญแรงกดดันจากการปรับสัดส่วนลงทุนใน DELTA ของกองทุนอิงดัชนี และการทำ Window Dressing ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ผสานกับปัจจัยต่างประเทศจากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่กลับมาปะทุขึ้นและความกังวลเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินตึงตัว อย่างไรก็ดี ยังคาดหวังมีแรงซื้อช่วยพยุงจากการทำ Sector Rotation ในกลุ่มหุ้น Laggard/Defensive/มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ขณะที่ในประเทศยังมีปัจจัยบวกจากความคืบหน้าจัดทำร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2570 และการเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass ที่ช่วยเร่งการเบิกจ่ายภาครัฐและดึงดูดเม็ดเงิน FDI กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ผันผวนในกรอบ โดยแม้คาดถูกกดดันจากแรงปรับพอร์ตหุ้น DELTA, Window Dressing ปลาย มิ.ย. รวมทั้งกังวลดอกเบี้ยเฟดและความตึงเครียดตะวันออกกลาง แต่ยังหวังแรงหนุนจาก Sector Rotation กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

2. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

3. หุ้นเด่น 3Q26 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA

Trading Idea: 1) Weak Baht Play ซึ่งได้อานิสงส์จากเงินบาทอ่อนตามนโยบายการเงินของเฟดที่ตึงตัว ได้แก่ กลุ่มส่งออกอาหาร (TU ITC) อิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE) และกลุ่มท่องเที่ยว (AOT MINT) 2) El Niño Play หุ้นที่ได้อานิสงส์จากสภาพอากาศร้อนหนุนยอดขาย ได้แก่ กลุ่มจำหน่ายเครื่องดื่ม (CBG OSP ICHI) และกลุ่มจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น (HMPRO GLOBAL) 3) Yield Play ซึ่งได้ประโยชน์จากสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงและ Bond Yield ทรงตัวสูง  ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI) และ 4) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation และ Short Covering ได้แก่ BDMS MINT HMPRO BEM CPALL TIDLOR MTC

Daily Top Picks

BBL: ปัจจัยกระตุ้นจากวัฏจักรดอกเบี้ยมีสัญญาณยุติขาลง เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อ หลังธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่มคาดการณ์ GPD ปี 2569 ขึ้นเป็น 2.3% (เดิม 1.5%) และวัฏจักรการลงทุนที่จะเริ่มต้นขึ้นและคาดจะมี Upside จาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนลบ. ส่วนที่สอง เป้าหมายระยะสั้นที่ 182.50 บาท

GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับลง ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มขยายตัวต่อตามแนวโน้มเศรษฐกิจ ด้านผลประกอบการคาดจะเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจ Data Center, การต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และการทำ Asset Monetization ในเครือ PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.25 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 ก.ค. 2569 เวลา : 12:07:37
03-07-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 3, 2026, 6:02 am