
(-) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ทรงตัว หลังการส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังล่าสุดเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่าการส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ซึ่งเผยว่าการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบียในช่วงวันที่ 3-8 ก.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในปี 2568 นอกจากนี้ปริมาณดังกล่าวคิดเป็นกว่า 90% ของปริมาณการส่งออกในเดือน ก.พ. 69 ด้านรายงานล่าสุดของ JP Morgan เผยว่าการส่งออกน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางปรับขึ้นสู่ระดับ 19 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าระดับช่วงความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเพียง 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
(+) สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนมีความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น หลังรัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟด้วยโดรนและขีปนาวุธต่อเนื่องนานกว่า 11 ชั่วโมง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมากโดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุในแถลงการณ์ว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อการโจมตีระยะไกลของยูเครนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียในช่วงที่ผ่านมา หลังการโจมตีของยูเครนในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้รัสเซียเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในบางพื้นที่ของประเทศ
(+/-) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. 69 อยู่ที่ระดับ 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 113,000 ตำแหน่ง ภายหลังการประกาศตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้ตลาดปรับลดคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมซึ่งจัดขึ้นในเดือน ก.ค. 69 นี้ จากระดับ 33% สู่ระดับเพียง 20% เท่านั้น หลังตลาดมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังตัวเลขการจ้างงานสะท้อนถึงภาคแรงงานของสหรัฐฯ ที่ยังคงอ่อนแอ
ข่าวเด่น